SLS 30 : ความช่วยเหลือจากน้องชาย
posted on 20 Jun 2008 05:09 by wadoijiworld in SLS
สตรอว์เบอรี่ตัวร้าย เจ้าชายต่างดาว
Strawberry's LoveSpace
ตอนที่ 30 : ความช่วยเหลือจากน้องชาย
ดาวอังคาร...ในพื้นที่ที่จัดได้ว่าเป็นเมืองหลวงของดาวดวงนี้ ภายในโดมใสใจกลางที่พักอาศัยของราชวงศ์แห่งดาวอังคาร เจ้าชายแห่งดาวอังคารนั่งนิ่งอยู่ที่มุมหนึ่งของโดม เหม่อมองออกไปยังท้องฟ้าที่มีบาเรียป้องกัน เนื่องจากภายหลังดาวโลกเริ่มส่งยานมาสำรวจดาวอังคาร บาเรียจึงจำเป็นต้องมีเอาไว้ลวงตา เพื่อไม่ให้ชาวโลกค้นพบว่ามีชาวดาวอังคารอยู่จริง ขณะเดียวกันแมกไม้ในสวนสีแดงภายนอกกำลังผลิใบแตกยอดใหม่ ตรงกันข้ามกับร่างกายสีเขียวที่ผอมแห้งของเขานั้นดูราวกับจะผุพัง และมีเครื่องมือตรวจจับปฏิกิริยาเป็นแผ่นวงกลมเล็ก ๆ ติดอยู่เต็มไปหมด
ชาวดาวอังคารเป็นผู้พัฒนาสายพันธุ์ของมนุษย์โลก หลังจากนั้นผ่านมาเป็นช่วงเวลาที่ยาวนานเหลือเกิน การสืบสายเลือดระหว่างสองดาวโดยไม่ผ่านกระบวนการทางวิทยาศาสตร์กลายเป็นสิ่งต้องห้าม เพราะมีเปอร์เซ็นสูงเหลือเกินที่เด็กที่เกิดมาจากการผสมโดยธรรมชาตินั้นจะพิการ
และเขาเองก็เป็นหนึ่งในผลผลิตที่ไม่สมบูรณ์นั้น...
บนดาวอังคารไม่มีที่ว่างให้กับสิ่งไม่สมบูรณ์ จุดจบ...มีเพียงความตายเท่านั้น
ทว่าเขาก็ถูกช่วยเอาไว้ กระทั่งมาถึงเวลานี้... ไฮค์นึกย้อนไปยังวัยแรกเกิด แม้จะเกิดมาโดยมีร่างกายที่ภูมิต้านทานต่ำอย่างยิ่ง แต่เรื่องการรับรู้ก็พัฒนาได้เร็วพอ ๆ กับชาวดาวอังคารทั่วไป พระราชาแห่งดาวอังคารผู้เป็นพ่อมีราชินีเคียงกายสองพระองค์ตามกฏของราชวงศ์ เขาเป็นลูกของพระราชากับราชินีชาวมนุษย์โลก
แม้เป็นลูกกษัตริย์ แต่หากเป็นสิ่งไม่สมบูรณ์ก็ต้องถูกกำจัดเช่นกัน แม้แต่พระราชาเองก็เห็นด้วย ผู้ที่ไม่เห็นด้วยมีเพียงมารดาของเขาเท่านั้น ราชินีชาวมนุษย์โลกทำสิ่งที่ชาวดาวอังคารไม่คิดจะทำ... หญิงสาวลั่นวาจา ถ้าทรัพยากรของดาวอังคารไม่เพียงพอสำหรับทุกคน และต้องมีใครคนหนึ่งหายไป ก็ขอให้เป็นฉัน จากนั้นก็วิ่งถลาออกไปนอกเขตปรับสภาพอากาศของวัง ซึ่งได้ทำการปรับสภาพไว้สำหรับราชินีชาวโลกโดยเฉพาะ
เมื่อออกไปนอกเขต...พระมารดาเสียชีวิตในทันที เมื่อข่าวรู้ถึงประชาชนจึงมีมติร่วมให้รักษาชีวิตของเจ้าชายน้อยเอาไว้ เพื่อไม่ให้การเสียสละของราชินีเปล่าประโยชน์
เพราะคนส่วนใหญ่บนดาวดวงนี้ยินยอม เขาจึงมีชีวิตอยู่ต่อไปได้...
ไฮค์สะดุดตากับร่างเล็ก ๆ ที่กำลังเดินไปบนสนามหญ้าท่าทางเหมือนกำลังมองหาอะไรสักอย่าง แน่นอนว่าเขาจำคน ๆ นั้นได้ในทันทีจึงลุกขึ้นยืนเพื่อมองดูให้ชัด ๆ รัชทายาทแห่งดาวอังคารผู้เกิดหลังเขาหลายปีและเป็นสายเลือดชาวดาวอังคารเต็มร้อยกำลังนั่งพักผ่อนอยู่ด้านนอกโดมนั้น เพราะเขาเป็นสิ่งมีชีวิตที่ไม่สมบูรณ์ ผู้เป็นน้องชายจึงได้รับเลือกให้เป็นรัชทายาทแทน แต่เขาเองก็ไม่ได้นึกเสียใจเสียดายอะไร แค่ได้รับโอกาสที่จะมีชีวิตอยู่ก็ดีมากแล้ว
"อ๊ะ..." ร่างของเจ้าชายแห่งดาวอังคารทรุดลง เขาตกลงที่พื้นราวกับหุ่นไม้ผุ ๆ ที่ยาวเก้งก้าง แทบจะในวินาทีนั้นหน่วยแพทย์ก็วิ่งเข้ามาในโดมเพื่อดูอาการทันที พอล้มลงร่างกายก็สะเทือน ถ้าเป็นคนปกติก็คงไม่เป็นไร แต่สำหรับเจ้าชายแล้วเพียงล้มแค่ครั้งเดียวก็สะเทือนไปทั้งร่างกาย
อันที่จริง...เขาคิดมาตั้งแต่แรกแล้ว สิ่งที่แม่ของเขาทำนั้นช่างโง่เขลา...สมกับเป็นมนุษย์โลกที่มีสติปัญญาต่ำจริง ๆ สิ่งที่ไม่สมบูรณ์...ไม่ควรมีอยู่
"เจ้าชาย!" แพทย์คนหนึ่งเริ่มตื่นตระหนกเมื่อเห็นเลือดไหลออกจากปากและจมูกของผู้ที่เขาดูแลอยู่ บางทีเส้นเลือดฝอยในโพรงจมูกคงจะฉีก เพราะเส้นเลือดในร่างกายผอม ๆ นี้บอบบางมาก แม้แต่กระดูกก็ถูกยืดออกอย่างรวดเร็วจนเปราะบางเพราะการเจริญเติบโตที่ผิดปกติ ร่างกายที่สูงขึ้นก่อนจะถึงเวลาสมควรและเกินมาตรฐานชาวดาวอังคารทั่วไปนั้นทำให้ทุกสิ่งในร่างกายผิดเพี้ยนไปหมด แม้แต่นักวิทยาศาสตร์และแพทย์ของดาวอังคารก็ไม่รู้จะแก้ไขอย่างไร... พวกเขาไม่เคยมีคนไข้ลักษณะนี้ เพราะทุกครั้งที่เด็กซึ่งไม่สมบูรณ์เกิดขึ้นก็ล้วนแล้วแต่ถูกทำลายทิ้งไปทันที
โอกาสเพียงหนึ่งเดียวบนดวงดาวแห่งนี้...เท่ากับความทรมานที่เขาต้องทนรับไปชั่วชีวิต อาศัยอยู่แต่เพียงในโดมฆ่าเชื้อเพราะร่างกายเขาไม่สามารถต่อต้านเชื้อโรคได้ ร่างกายที่ไม่สามารถยืนได้นานและบางทีก็หมดแรงไปดื้อ ๆ เพียงกระเทือนนิดเดียวก็อาจส่งผลให้เขาต้องนอนเฉย ๆ ไปอีกนาน ทุกสิ่งทุกอย่างนั้นดูราวกับการลงโทษเสียมากกว่าจะเยียวยารักษา
เจ้าชายจึงได้คิดว่า...พระมารดานั้นช่างโง่เขลาจริง ๆ
โอกาสที่จะมีชีวิต...สิ่งนั้นมันไม่ควรเกิดขึ้นตั้งแต่แรกแล้ว...
"พี่ชาย" เสียงเรียกดังขึ้นจากนอกโดม ทั้งเขาและคณะแพทย์เงยหน้าขึ้นโดยรับรู้ได้ทันทีว่าสิ่งนี้ไม่ควรเกิดขึ้น รัชทายาทผู้ยังเป็นเพียงเด็กน้อยยืนแนบตัวโดม ทั้งที่มองจากภายนอกไม่ควรจะเห็นข้างในได้ การที่รัชทายาทเห็นเขา แสดงว่า...ใช้พลังจิตเพ่งมองเข้ามาอย่างแน่นอน
"ท่านพ่อเคยเล่าว่าผมมีพี่ชายที่ร่างกายอ่อนแอ แล้วก็กำลังรักษาตัว" รัชทายาทมองเลือดที่รินไหลออกมาจากตัวของอีกฝ่ายราวกับเป็นสิ่งที่ไม่เคยเห็นมาก่อน "คงเป็นคุณ..."
ทั้งคู่สบตากัน นี่เป็นครั้งแรกที่พวกเขาพบปะกัน สำหรับเจ้าชายผู้เป็นพี่แล้ว การรักษาตัวสำคัญที่สุด ตั้งแต่เข้ามาในโดมฆ่าเชื้อนี้เขาก็ไม่เคยออกไปอีกเลย และเคยเห็นหน้าน้องชายจากในข่าวเท่านั้น ส่วนฝ่ายรัชทายาทนั้นใช้เวลาศึกษาสิ่งต่าง ๆ ก็หมดเวลาแต่ละวันแล้ว ทว่าสิ่งสำคัญที่สุด...คนในราชวงศ์ไม่ต้องการให้ทั้งสองพบหน้ากัน เพราะเกรงจะทำให้รัชทายาทเกิดข้อสงสัยเกี่ยวกับกฏเรื่องการทำลายสิ่งมีชีวิตที่ไม่สมบูรณ์
"ฉันไม่ใช่...พี่ชายของนาย" เจ้าชายเค้นเสียงตอบเพียงขยับก็เสียงก็มีลิ่มเลือดไหลจากลำคอขึ้นมา แม้แต่เขาก็ตระหนักได้ว่าไม่ควรให้อีกฝ่ายข้องใจเรื่องกฏสำคัญนั้น ทว่ารัชทายาทสามารถอ่านใจได้เช่นเดียวกับชาวดาวอังคารคนอื่น ๆ ดังนั้นจึงรู้ว่านี่คือการโกหก
"ผมจะเข้าไป" เขาพูด ก่อนจะวิ่งไปทางทางเข้าโดม เจรจาอยู่นานกว่าจะเข้ามาได้ ระหว่างนั้นนายแพทย์ก็ช่วยกันปฐมพยาบาลเจ้าชายที่ยังนอนอยู่ที่พื้น ฝ่ายเจ้าชายนั้นแม้จะมีอาการสะลึกสะลือแต่ก็มองไปทางประตูทางเข้าอยู่ตลอด
เข้ามาทำไม...นายจะช่วยอะไรได้ บ้าแท้ ๆ อยู่ข้างนอกก็ดีแล้ว โลกที่สว่างสดใสข้างนอกนั่น มันเหมาะสำหรับรัชทายาท...อัจฉริยะสายเลือดดาวอังคาร เป็นที่ ๆ นายควรอยู่ เป็นสิ่งที่นายสมควรได้รับ...
เป็นที่ ๆ มีแต่สิ่งมีชีวิตที่สมบูรณ์เท่านั้น
"...เข้ามาทำไม" เขาถามคำถามเดียวกับที่คิด รัชทายาทร่างเล็กยืนนิ่งงันราวกับนึกไม่ถึงว่าอีกฝ่ายจะมีสายตาเป็นศัตรูถึงขนาดนี้
"ที่นี่ไม่ต้องการนายหรอก ฉันเองก็คงอยู่ได้ไม่นาน เรื่องช่วยคนใกล้ตายน่ะไม่จำเป็นหรอก" เจ้าชายชี้นิ้วเรียวยาวออกไปนอกโดม "ยังมีเรื่องที่นายต้องทำอีกมากมาย...ถ้าอยากช่วยคนล่ะก็...ชาวดาวอังคารที่กำลังลำบากก็มีเยอะแยะไป"
"...พี่ชาย"
"เลิกเรียกอย่างนั้นเสียที!" เจ้าชายแผดเสียงขึ้น "ฉันไม่ใช่ทั้งพี่ชาย! ไม่ใช่ทั้งเจ้าชายอะไรทั้งนั้น! มันก็แค่...เศษขยะ! ก็แค่ของผิดพลาด!"
"...ผมเฝ้าคิดมาตั้งแต่วันแรกที่ได้ยินเรื่องของพี่" รัชทายาทแห่งดาวอังคารเอ่ยอย่างใจเย็น "ว่าทำไมกันนะ...ทำไมพี่ถึงไม่หายเสียที ทำไมถึงไม่ปรากฏตัวเสียที ถ้าพี่หายดีเมื่อไรล่ะก็..."
พวกเขาสบตากันอีกครั้งขณะที่แพทย์กำลังฉีดยาบางอย่างเข้าไปในร่างกายผอมแห้งของฝ่ายพี่ชาย ดูราวกับรัชทายาทผู้มาเยือนจะกำลังครุ่นคิด เขาเฝ้ามองยาที่ถูกฉีดเข้าไปในร่างกายนั้น...
"แต่หลังจากลองตรวจสอบย้อนหลังไป ถึงได้พบว่ามันไม่มีทาง...ที่พี่จะมีร่างกายที่แข็งแรงเหมือนพวกเรา"
"ฮ่า ๆ ก็ว่างั้นแหละ" เจ้าชายฉีกยิ้มเหยียด "ก็เข้าใจดีแล้วนี่ จะมาตอกย้ำกันหรือไง รู้แล้วก็รีบ ๆ ออกไปซะสิ จะยืนดูร่างกายที่น่าสมเพชนี่ไปถึงไหน"
"เพราะอย่างนั้นผมถึงยอมรับไม่ได้" เด็กชายพูดอย่างจริงจังและประกาศกร้าว "ถ้าแค่พี่ของตัวเองยังช่วยไม่ได้ จะไปช่วยเหลือคนทั้งดาวอังคารได้ยังไง"
ในวินาทีนั้นสีหน้าจริงจังของรัชทายาทกลับดูเศร้าสร้อยและอ่อนโยนขึ้นมา...
"ถ้าแม้แต่คนในครอบครัวยังทำให้มีความสุขไม่ได้ จะทำให้คนทั้งดวงดาวมีความสุขได้ยังไง..."
เจ้าชายรับฟังคำ น้ำตารินไหลอย่างไม่อาจห้ามได้ เขาเป็นหนึ่งเดียวบนดวงดาวที่ไม่สามารถอ่านใจใครได้เลย ทว่า...ด้วยคำพูดเพียงคำเดียวกลับทำให้เขาเข้าใจถึงจิตใจของผู้เป็นน้องได้ และนั่นเปิดหัวใจของเขาออกด้วยเช่นกัน...
ใช้เวลากว่าห้าปีเสริมสร้างโครงสร้างร่างกายทั้งหมด เจ็ดปีเพื่อปรับสภาพร่างกายและอวัยวะภายใน อีกสามปีจึงคิดค้นยาที่ช่วยเรื่องภูมิต้านทานได้สำเร็จ อีกสองปีจึงได้ออกมานอกโดมเป็นครั้งแรก กว่าจะทำกิจกรรมได้เหมือนคนทั่วไปก็อีกสองปีถัดมา รวมแล้วกว่าสิบเก้าปีที่ผู้เป็นน้องชายทุ่มเวลาทั้งหมดเพื่อให้คนผู้นี้มีชีวิตอยู่ได้ กระนั้นปัจจุบันนี้เจ้าชายก็ยังต้องระวังดูแลรักษาร่างกายของตัวเองเป็นพิเศษอยู่ดี
ภายหลังทั้งคู่มาที่โลกเพื่อติดต่อเริ่มสร้างความสัมพันธ์ และได้พบโอซึกะ ยูอิเป็นครั้งแรก และได้ชื่อเป็นภาษาดาวโลกว่า ฮักคุง และ ไฮค์...
ยูอิรู้สึกราวกับว่าสติเพิ่งจะกลับมา มือเล็ก ๆ ของฮักคุงผละออกไป ความทรงช่วงยี่สิบปีนั้นปรากฏขึ้นราวกับเนิ่นนาน ทว่าการโอนถ่ายข้อมูลความทรงจำนี้เกิดขึ้นเพียงไม่กี่วินาทีเท่านั้น ฮักคุงในปัจจุบันเผยยิ้ม ก่อนจะเอ่ยคำลา
"จนถึงตอนนี้ผมก็ยังยืนยันคำเดิม" เขากล่าว "ถ้าแม้แต่คนในครอบครัวยังทำให้มีความสุขไม่ได้ ก็คงทำให้คนทั้งดวงดาวมีความสุขไม่ได้เช่นกัน"
ฮักคุงก้าวออกจากรั้วบ้านเพื่อไปขึ้นยานเล็กและหลังจากนั้นจะได้ตรงไปที่ยานแม่ในอวกาศเพื่อเอายากลับมาให้พี่ชายของตน ยูอิยืนนิ่งอยู่เช่นเดิม น้ำตาที่ไหลรินนั้น...ไม่รู้ว่ามาจากความทรงจำที่ถ่ายทอดมาหรือมาจากก้นบึ้งหัวใจของเธอกันแน่
"ทำไมกันล่ะ..." เด็กสาวพึมพำ "จะเป็นปีศาจฆ่าคน หรือเป็นมนุษย์ธรรมดาก็เลือกเอาสักอย่างไม่ได้หรือไง..."
ยูอิปาดน้ำตา และเฝ้าคิดถึงฮักคุงที่ฆ่าผู้รุกรานอย่างเลือดเย็น เฝ้าคิดถึงฮักคุงที่พยายามช่วยเหลือพี่ชายที่ไม่เคยพบหน้า คิดถึงไฮค์ผู้อวดดีหยิ่งยโสที่เคยหมดหวังกับชีวิตถึงขนาดนั้น คิดถึงความหมายของประโยคที่ไฮค์เคยพูดเอาไว้
"สิ่งที่ผิดพลาด...ในเมื่อแก้ไขไม่ได้แล้วมันก็คือแก้ไขอะไรไม่ได้เลยนั่นล่ะ...แต่ว่าการมีชีวิตอยู่ต่อไปอย่างมีความสุขให้ได้ สิ่งนั้นต่างหากที่สำคัญ"
"แล้วจะให้ฉัน...ทำยังไงกันเล่า..." เธอเช็ดน้ำตาที่ไม่อาจห้ามได้ เด็กสาวไม่แน่ใจว่าสับสนเพราะอะไร ทว่าเวลานี้เธอคิดอะไรไม่ออกเอาเสียเลย...







มาแล้ววววววววววววววววววววววววววว!!!!
ไฮค์ ~~~~!!!!!
ดูเหมือนท่านน้องชายจะเป็นคนดีกว่าที่คิดนะเนี่ย!!!!
ขอบคุณมากครับ พี่โด๋ย!!!!!!
#1 By Raveno Sinyor (117.47.205.251) on 2008-06-23 20:46