SLS 02 : เจ้าชายตัวเขียว
posted on 10 Jul 2008 08:57 by wadoijiworld in SLS
สตรอว์เบอรี่ตัวร้าย เจ้าชายต่างดาว
Strawberry's LoveSpace
ตอนที่ 2 : เจ้าชายตัวเขียว
ยูอิยกมือค้างนิ่งเอาไว้ มนุษย์ต่างดาวที่ล้อมรอบกายเธอนั้นสูงกว่าเจ้าตัวเล็กในตอนแรกแต่เตี้ยกว่าเจ้าตัวสูงที่โผล่มาเป็นคนที่สอง จะว่ายังไงดีล่ะ... ดูเหมือนนี่จะเป็นขนาดปกติของมนุษย์ต่างดาวสินะ เด็กสาวครุ่นคิดราวกับหนีความจริง ถึงแม้พ่อจะพูดอยู่เสมอก็เถอะว่ามนุษย์ต่างดาวมีจริงแต่ไม่เห็นต้องโผล่มาทีเดียวเป็นฝูงแบบนี้เลยนี่นา
"หยุดนะ! อย่ายิงนะครับ!" เสียงร้องห้ามดังขึ้น ยูอิรู้สึกเหมือนได้ยินเสียงสวรรค์ เป็นเจ้าตัวเล็กสุดในตอนแรกนั่นเองที่ตะโกนขึ้นมา
"บอกแล้วไงครับพี่ไฮค์ว่าอย่าเอาคนมาคุ้มกันเยอะขนาดนี้ เราต้องเกรงใจบ้านโอซึกะเขาบ้างสิครับ!" เจ้าตัวเล็กโวยวายขึ้นมาด้วยความไม่พอใจ ในตอนนั้นเองมนุษย์ต่างดาวที่ตัวยาวกว่าคนอื่นก็คลายสีหน้าโกรธแล้วละล่ำละลักพูดขึ้น
"ฮักคุง แต่ว่า...แต่ว่า..."
"ไม่มีแต่ทั้งนั้น รีบสั่งการเถอะครับ เหลือไว้หน่วยเดียวก็พอแล้ว" เจ้าตัวเล็กพูดขึ้นเสียง เจ้าตัวยาวจึงรีบยืนยืดตัวขึ้นแล้วสั่งการราวกับแม่ทัพ
"เหลือหน่วยสามเอาไว้! หน่วยสี่ให้เตรียมพร้อมรอเปลี่ยนเวรตามเวลาของภูมิภาคนี้ ที่เหลือแยกย้ายกันไปพักผ่อนได้ หัวหน้าหน่วยหนึ่งช่วยจัดเวรผลัดกันมาตรวจตามจุดต่าง ๆ ด้วย อย่าให้ใครคลาดสายตาไปได้นะ!"
"ครับ!" นายทหารตัวเขียวทั้งหลายรับคำสั่งก่อนจะแยกย้ายกันไปตามหน้าที่ ยูอิค่อย ๆ ลดมือลงด้วยความงุนงง สมองเธอตื้อไปหมดจนจับใจความไม่ถูก เกิดอะไรขึ้นกับบ้านของเธอกันแน่นะ
"นี่เธอ!" เจ้าตัวยาวยังโมโหเธอมากจนเข้ามากระชากคอเสื้อเธอเอาไว้จนยูอิต้องรีบปัดออกทันทีด้วยปฏิกิริยาราวกับถูกไฟดูด
"อ้าว! เกิดอะไรขึ้นน่ะ" พ่อเพิ่งจะโผล่หน้าออกมาจากห้องทั้งที่เธอเกือบตายไปแล้วเมื่อครู่นี้ ชายวัยกลางคนใบหน้ามีริ้วรอยตามวัยสี่สิบผมขาวประปรายแต่ดันไว้ผมยาวมัดจุกไว้ข้างหลังนั้นดูไม่เข้ากันเสียเลย เขามีสีหน้างุนงงแต่ใจจริงแล้วก็พอจะเดาออกว่าเกิดอะไรขึ้น
"โดนเล่นงานเข้าแล้วล่ะสิยูอิ ฮ่า ๆ" พ่อพูดแล้วหัวเราะลั่นบ้าน
"ม...ไม่ตลกเลยนะคะพ่อ! บอกแล้วไงว่าอย่าเอางานมาทำที่บ้าน!" เธอโวยวายแล้วชี้ไปทางมนุษย์ต่างดาวที่เหลืออีกสองคน ว่าแต่จะเอางานมาทำที่บ้านหรือไม่น่ะมันไม่ใช่ประเด็นนะยูอิ
"เอ๋ มันก็ก้ำกึ่งจะเป็นงานนะ ฮักคุงไฮค์คุงก็เคยมาอยู่บ้านเราตอนยูอิเด็ก ๆ เพราะพ่อสนิทกับกษัตริย์ของดาวอังคารน่ะ ลูกจำไม่ได้หรอกหรือ"
"ฮักคุง" ยูอิพึมพำเหมือนคุ้นหูก่อนจะหันหน้าไปมองเจ้าตัวเล็ก เมื่อครู่หมอนี่ถูกเรียกว่าฮักคุงสินะ
"อ๊ะ ยูอิคงจำไม่ได้แล้ว ผม..." เจ้าตัวเล็กทำท่าจะแนะนำตัวแต่อีกคนพุ่งออกมาจัดการให้เสียก่อน
"คน ๆ นี้น่ะ!" เจ้าตัวยาวขึ้นเสียงก่อนจะผายมือไปทางคนตัวเล็ก "คือเจ้าชายแห่งดาวอังคาร รัชทายาทที่จะได้เป็นพระราชาองค์ต่อไปยังไงล่ะ! รู้ไว้ซะแม่คนไร้มารยาท!"
"แล้วยังไงหรือ..." ยูอิตอบรับด้วยสีหน้านิ่งเฉยยืนตรงสนิท เจ้าตัวยาวถึงกับอ้าปากค้างอย่างไม่เชื่อหู
"ละ...แล้วยังไงน่ะหรือ!" เขาถึงกับพูดไม่ออก ยูอิยืนทำหน้าเจื่อน ในสายตาของเธอตอนนี้มองเห็นแต่ความวุ่นวายที่จะก่อตัวในอนาคตอย่างแน่นอนถ้าเจ้าสองตัวเขียว ๆ นี่ยังอยู่ในบ้านของเธอต่อไป
"ฮ่า ๆ เอาเถอะ ๆ เข้าไปคุยกันในห้องดีกว่า มายืนทำไมเมื่อยจะตาย" พ่อรีบสลายความตึงเครียดแล้วพามนุษย์ต่างดาวสองคนนั้นเข้าห้องนั่งเล่นไป ส่วนยูอิก็ขอตัวไปล้างเครื่องสำอางค์ออกก่อนแล้วจึงตามเข้าไปในห้องด้วย
โทรทัศน์ถูกปิดไปแล้ว ทุกคนนั่งกันพร้อมหน้าพร้อมตา มาจิโกะน้องสาวของเธอเอาแต่ก้มหน้าเล่นเกมกดโดยที่ไม่ได้ใส่ใจกับมนุษย์ต่างดาวทั้งสองเลยสักนิด ยูอินั่งลงข้าง ๆ แม่ของเธอซึ่งยังดูสวยสะพรั่ง พ่อนั้นนั่งถัดไปจากแม่ตามด้วยมาจิโกะ ส่วนฮักคุงกับผู้ติดตามนั่งอยู่อีกฝั่งหนึ่งของโต๊ะ
"คืออย่างนี้นะยูอิ" พ่อเริ่มเล่าเรื่องด้วยใบหน้าเคร่งเครียดกว่าเดิม "สมัยลูกเด็ก ๆ น่ะ พอดีพ่อรับผิดชอบดูแลความปลอดภัยให้พระราชาของดาวอังคารเพราะพ่อ...เอ่อ จริง ๆ แล้วพ่อเป็นหน่วยรบด้านวิทยาศาสตร์ของรัฐบาลน่ะลูก"
"หน่วยรบของกรมวิทยาศาสตร์..." ยูอิทวนคำด้วยสีหน้าเจื่อนและซีดลงกว่าเดิมเหมือนไม่เชื่อในสิ่งที่ได้ยิน หน่วยนี้มันมีอยู่บนโลกด้วยหรือ
"จริง ๆ ลูกก็เคยเจอแล้วล่ะ ทั้งกษัตริย์มาร์เลอร์ที่แปด ทั้งฮักคุง อ้อ! ฮักคุงคือคนนี้นะ เป็นชื่อบนโลก ฮักที่แปลว่ากอดน่ะ ส่วนคนที่สูง ๆ คือไฮค์คุง มาจากไฮที่แปลว่าสูง ทั้งคู่เป็นพี่น้องกันแล้วก็เป็นเจ้าชายของดาวอังคารด้วย" พ่ออธิบายขณะที่ฮักคุงยิ้มแฉ่งแล้วโบกมือหยอย ๆ ผิวสีเขียวที่แก้มกลายเป็นสีชมพูจาง ๆ ดูแล้วประหลาดชอบกล ส่วนไฮค์นั้นทำหน้าหงุดหงิดตลอดเวลาพร้อมทั้งหยิบบุหรี่มวนสีน้ำตาลเข้มขึ้นมาจุดสูบอีกต่างหาก
"แล้วทำไมต้องลี้ภัยด้วยล่ะคะเป็นถึงกษัตริย์แท้ ๆ" ยูอิเอ่ยถามด้วยความอยากรู้ พ่อทำหน้านิ่งลงไป ฮักคุงจึงเล่าด้วยตัวเอง
"จะว่ายังไงดีล่ะครับ...ถ้าให้อธิบายง่าย ๆ ล่ะก็คือ ตอนนี้ดาวอังคารมีรัฐบาลแล้วล่ะ พวกเราเชื้อสายราชวงศ์มาร์เลอร์ก็เลยไร้ประโยชน์ในสายตาพวกเขา"
"เอ๋" เด็กสาวร้องขึ้นเบา ๆ ขณะที่คนอื่นนั่งฟังด้วยความเงียบ
"คล้าย ๆ กับระบบประชาธิปไตยของดาวโลกนี่ล่ะครับ เราเลยต้องมีรัฐบาลเพราะจำนวนประชากรเราเยอะขึ้น กษัตริย์คนเดียวสั่งการทุกอย่างไม่ไหว ทว่ารัฐบาลที่ขึ้นมาปกครองกลับอธิบายกับประชาชนว่าเมื่อมีรัฐบาลแล้วกษัตริย์ก็ไม่จำเป็น แถมยังตั้งใจจะทำลายล้างพวกเราเสียอีก เราจึงต้องรีบหนีออกมาก่อนแล้วค่อยหาทางติดต่อกับประชาชนของเราโดยตรงทีหลังเพื่ออธิบายทุกอย่างให้เข้าใจ" ฮักคุงตอบอย่างฉะฉาน "เราก็เลยต้องขอมาอยู่ที่นี่สักระยะหนึ่ง"
แล้วทำไมต้องบ้านฉันด้วยล่ะยะ ไปอยู่บ้านพวกรัฐมนตรีพวกรัฐบาลก็ได้ไม่ใช่หรือไง ที่นี่เป็นบ้านมนุษย์ธรรมดานะ ยูอิคิดอย่างหงุดหงิด แม้ว่าใจจริงจะสงสารอยู่บ้างแต่ในเมื่อเจ้าชายต่างดาวสองคนนี้มีคนปองร้ายที่ตามมาจากดาวอังคาร บ้านเราก็อาจพลอยซวยโดนลูกหลงไปด้วยน่ะสิ
"อ๋อ เรื่องนั้นไม่ต้องห่วงหรอกครับ เรามีหน่วยรักษาความปลอดภัยระดับอวกาศคอยจับตามองจากนอกโลก ส่วนที่เข้ามาในบ้านเมื่อครู่เป็นหน่วยภาคพื้นดินที่จะสลับกันลงมาบนโลกเพื่อป้องกันการจู่โจมระดับพื้นดิน ดังนั้นเราจะไม่ทำให้มนุษย์โลกเดือดร้อนแน่"
อืม...อย่างนี้นี่เอง เฮ้ย! เดี๋ยวก่อน เมื่อกี้ฉันยังไม่ได้พูดอะไรออกไปเลยไม่ใช่หรือไง! ยูอิคิดด้วยความตกใจจนตาเบิกโพลง เท่านั้นเองฮักคุงก็สะดุ้งแล้วมีสีหน้าซีดลงทันที
"หวา! ข...ขอโทษครับ ทั้งที่สัญญาว่าจะไม่อ่านใจมนุษย์โลกในตอนที่อยู่บนโลกแล้วแท้ ๆ ขอโทษนะยูอิจัง!" เจ้าตัวเล็กรีบขอโทษขอโพยเพราะเผลออ่านใจอีกฝ่าย เด็กสาวนั้นรู้สึกตกใจเหมือนจะเป็นลม เจ้าพวกนี้อ่านใจเราได้ด้วยหรือเนี่ย!
"ไม่เป็นไรหรอกน่ายูอิ อีกอย่างทั้งฮักคุง ไฮค์คุงก็เป็นเด็กดีออกจะตาย ไม่ได้มาที่นี่ตั้งหลายปีแม่ล่ะคิดถึงจะแย่ ปีนี้อายุเท่าไรกันแล้วล่ะเนี่ย" แม่พูดขัดขึ้นพร้อมรอยยิ้ม ท่าทางแม่จะชอบมนุษย์ต่างดาวสองคนนี้มากเลยทีเดียว
"ผมปีนี้ห้าสิบห้าปีดาวโลกครับ ส่วนฮักคุงสามสิบปีดาวโลกพอดี" ไฮค์คุงตอบทำเอายูอิสะดุ้ง เวลาของดาวอังคารกับโลกไม่ตรงกันสินะ แต่ว่านั่นมันอายุจริงหรือคำนวนผิดกันแน่
"อายุจริงครับ เรามีอายุขัยเซลล์นานกว่าคนบนโลก" ฮักคุงหันมาตอบเธอก่อนจะรีบเม้มปากทันทีเมื่อเด็กสาวหันมาถลึงตามองเขาจนตาขวาง นายแอบอ่านความคิดฉันอีกแล้วสินะ...
"มันช่วยไม่ได้นี่นา ระดับสติปัญญาของชาวดาวอังคารไม่เหมือนพวกเรา โดยเฉพาะฮักคุง" พ่อพูดทิ้งท้ายแปลก ๆ เด็กสาวที่กำลังรับฟังคำอธิบายจึงอนุมานเอาเองว่าฮักคุงฉลาดกว่าชาวบ้านเขาก็เลยคุมความสามารถอ่านใจได้ลำบาก อีกอย่างหนึ่งที่เธอรู้สึกสงสัยก็คือที่ตัวเล็กกว่าพวกทหารนี่คือยังโตไม่เต็มที่หรือเพราะเอาสารอาหารไปบำรุงสมองอย่างเดียวจนหัวโตตัวเล็กแบบนี้กันแน่
เสียงกริ่งหน้าบ้านดังขึ้น ยูอิที่กำลังปวดหัวกับคนที่มาอยู่ด้วยจึงขอไปดูเองว่าใครมา หลังจากเธอออกไปจากห้องแล้วพ่อกับแม่ของยูอิก็มีสีหน้านิ่งลง พ่อก้มหัวลงเล็กน้อยให้กับฮักคุง
"ขอโทษจริง ๆ นะฮักคุง ไฮค์คุง ลูกสาวผมเสียมารยาทกับพวกคุณมากจริง ๆ"
"อย่าพูดอย่างนั้นเลยครับคุณโอซึกะ เรื่องเล็กน้อยแค่นี้เอง" ฮักคุงพูดอย่างไม่ถือสา "อีกอย่าง...คนที่ทำให้ยูอิจังเกลียดมนุษย์ต่างดาวกับสตอเบอรี่ก็คือผมเอง ดูท่าเธอคงจะจำไม่ได้เสียแล้ว"
ฮักคุงทำเสียงสลด พ่อกับแม่พยักหน้าตามนั้นโดยมีเสียงเกมกดดังก๊อกแก๊กอยู่เบา ๆ ไฮค์คุงหรี่ตาเรียวยาวของตัวเองลงคล้ายครุ่นคิดในปากเรียวบางยังคงคาบบุหรี่คาเอาไว้อยู่
"ค่า มาแล้ว ๆ" ยูอิเดินมาที่หน้าบ้านแล้วทอดสายตาไปที่ประตูหน้ารั้ว เธอมองเห็นคนที่คุ้นตาแต่ก็ยังเดินเข้าไปดูใกล้ ๆ ให้แน่ใจแล้วก็ต้องสะดุ้งสุดตัว นั่นมัน! ผมสีทองชี้ตั้งกับการแต่งหน้าแต่งตัวแบบนั้นมัน...!
"อ๊ะ! คุณ...เด็กผู้หญิงที่เดินผ่านหน้าร้านผมบ่อย ๆ นี่นา" ชายหนุ่มร่างสูงโพล่งขึ้นราวกับดีใจ ยูอิเองก็ดีใจที่เขาจำเธอได้แต่นั่นไม่ใช่ประเด็น...ทำไมเขาถึงมาอยู่ที่นี่ได้ล่ะ ตามเธอมางั้นหรือ เรื่องไร้สาระแบบนั้นไม่มีทางเป็นไปได้หรอก
ชายผมสีทองถือวิสาสะเปิดประตูรั้วเตี้ย ๆ ของบ้านเข้ามาแล้วทำท่าอึกอักเหมือนไม่รู้จะเริ่มยังไง ในที่สุดเขาก็สูดลมหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนจะยอมเอ่ยปากพูด
"คุณโอซึกะหรือเปล่าครับ" เขาพูดราวกับเกรงใจ สีหน้ามีแววกังวล เขาเดาเอาจากป้ายหน้าบ้านที่เขียนนามสกุลของคนในบ้านเอาไว้นั่นเอง
"เอ่อ...ค่ะ โอซึกะ ยูอิ"
"ผมอารากากิ เรียวเฮย์นะครับ ทำงานร้านอุปกรณ์" ว่าแล้วเขาก็ยื่นนามบัตรให้ตามมารยาท ยูอิจึงรับเอาไว้พร้อมคิดในใจว่าชื่อนายน่ะฉันรู้อยู่แล้ว
"ข...ขอร้องล่ะครับ!" เรียวเฮย์โค้งคำนับเธอ หญิงสาวสะดุ้งเฮือกทันที
"เมื่อกี้นี้ผมเห็นมนุษย์ต่างดาวหลายคนเดินออกมาจากบ้านนี้ เจ้าชายของดาวอังคาร...คนนั้นน่ะ คนที่ตัวเล็ก ๆ น่ะพักอยู่ที่นี่สินะครับ ขอผมพบหน่อยเถอะ แค่...แค่ครั้งเดียว แค่แวบเดียวก็ยังดี!"
ยูอิยืนตรงสนิทพร้อมทำหน้าเจื่อน หือ...อะไรนะ พูดถึงเจ้าตัวเขียวสองตัวนั่นน่ะหรือ เธอยืนกลั้นหายใจนิ่งแล้วพินิจใบหน้าของชายหนุ่มที่เธอแอบชอบ ใบหน้าที่แต่งหน้าดุดันนั้นช่างตรงกันข้ามกับท่าทางแสนสุภาพของเขาเหลือเกิน ดวงตาสีแดงที่ดูเร่าร้อนนั้นเหลือบขึ้นมามองเธออย่างเว้าวอนในระยะประชิด ยูอิเผลอตัวปล่อยให้สมองว่างเปล่าเพราะความหล่อเหลาของอีกฝ่าย อา...เธออยากจะละลายไหลลงท่อไปเสียเดี๋ยวนี้จริง ๆ





