SLS 03 : สตอเบอรี่อวกาศ

posted on 10 Jul 2008 08:58 by wadoijiworld  in SLS

 

 

 

 สตรอว์เบอรี่ตัวร้าย เจ้าชายต่างดาว

Strawberry's LoveSpace

 

 

 

          ตอนที่ 3 : สตอเบอรี่อวกาศ

 




          "จ...ใจเย็น ๆ ก่อนนะเรียวเฮย์คุง เอ้ย! อะ...คุณอารากากิ" ยูอิพูดแล้วเลิ่กลั่กเหมือนไม่รู้จะทำอะไรก่อนดี เรียวเฮย์อยากเจอเจ้าชายสองคนนั้น เอ๊ะ หรือว่าอยากเจอคนเดียวกันแน่ แล้วจะพามาพบได้หรือเปล่านะ พ่อไม่ได้บอกเสียด้วยว่าต้องปิดเป็นความลับไหมว่าเจ้าชายจากดาวอังคารอยู่ที่นี่ เด็กสาวลังเลขยับตัวกึกกักไปมา ในตอนนั้นเองที่มีคนเปิดประตูออกมาจากภายในบ้าน

          "นี่! เธอจะให้พวกฉันรออีกนานแค่ไหนกันน่ะ หา" ไฮค์คุงเดินตัวสูงยาวออกมาจากบ้าน ในวงแขนอุ้มน้องชายตัวเล็กมาด้วยในท่ากอดเหมือนกับฮัคคุงเป็นตุ๊กตา ชายหนุ่มผมสีทองที่โค้งคำนับอยู่เงยหน้าขึ้นทันควัน เขาสบตาเข้ากับดวงตาสีดำโตของฮัคคุง ในขณะที่มนุษย์ต่างดาวตัวน้อยเองก็หันมาจ้องเขาตาแป๋ว

          "อะ...อ๊า!!" เรียวเฮย์ร้องลั่นก่อนจะเผ่นหนีออกไปนอกบ้านทันที ยูอิที่ยังอยู่ในอาการตกใจก็รีบวิ่งตามออกไปแล้วก็พบมอเตอร์ไซด์ช็อปเปอร์คันงามที่คุ้นตาจอดทิ้งไว้หน้าบ้าน เดี๋ยวก่อน เรียวเฮย์วิ่งหนีไปทั้งที่ทิ้งมอเตอร์ไซด์ตัวเองไว้ที่นี่งั้นหรือ ตกใจกลัวขนาดนั้นเชียว

          "เฮ้! เกิดอะไรขึ้นน่ะ" ไฮค์คุงร้องถามอย่างไม่เข้าใจ ยูอิจึงบอกให้เขากลับเข้าบ้านไปก่อน ส่วนเธอใช้ฝีเท้าของนักวิ่งระยะสั้นวิ่งตามเรียวเฮย์ไป กว่าผู้ชายคนนั้นจะยอมหยุดวิ่งก็เล่นเอาเธอเหนื่อยหอบ เรียวเฮย์วิ่งมาหยุดที่หน้าปากซอยก่อนถึงทางที่จะออกไปยังถนนย่านการค้า เขาลงนั่งยอง ๆ ที่ข้างเสาไฟฟ้าแล้วก้มหน้าก้มตาเอามือทั้งสองขึ้นมาจับท้ายทอยเอาไว้

          "คุณอารากากิ" ยูอิที่หอบแฮ่ก ๆ รีบเข้าไปทัก ตอนที่เธอจะเอื้อมมือไปแตะไหล่เขานั่นเองชายหนุ่มก็หันกลับมาทันที เขาทำตาโต ใบหน้าแดงระเรื่อราวกับเขินอายเต็มที่ ดูแล้วคล้ายหญิงสาวที่เพิ่งไปสารภาพรักกับคนที่ชอบมาอย่างไรอย่างนั้น

          ยูอิกลับเข้าโลกส่วนตัวราวกับตกลงในห้วงอวกาศทั้งที่มือแตะอยู่ที่ไหล่ของเขา เด็กสาวทำหน้านิ่งและยืนก้มตัวอยู่เช่นนั้น ทำไมเขาถึงหน้าแดง...เพราะเธอมาทักหรือ ไม่ใช่แน่ ที่เขาวิ่งมาก็เพราะเจอหน้าฮัคคุง แล้วจากนั้นก็ร้องลั่นก่อนจะหนีมา เด็กสาวทำหน้าเจื่อนจนรู้สึกจืดจางในบรรยากาศเมื่อความคิดบางอย่างเกิดขึ้นมาในหัวของเธอ

          เรียวเฮย์รีบหลบสายตาไปด้วยความอับอายราวกับล่วงรู้ความคิดของอีกฝ่าย ยูอิเผลอสูดลมหายใจเฮือกใหญ่ เจ้าหมอนี่...หรือว่า...


          ..........


          ยูอิพาเรียวเฮย์มาพักที่บ้านของเธอเพื่อให้เขาได้สงบใจสักครู่ เมื่อทุกคนอยู่กันในห้องนั่งเล่นเธอจึงพาเขาไปบนห้องนอนแทนเพราะกลัวว่าถ้าเจอหน้าฮัคคุงเรียวเฮย์จะวิ่งหนีไปอีกครั้ง

          "พ่อคะแม่คะ เพื่อนหนูมา เดี๋ยวหนูขอขึ้นไปคุยกับเพื่อนก่อนนะ" ยูอิโผล่หน้าเข้าไปบอกพ่อกับแม่ไว้แบบนั้นก่อนจะพาชายหนุ่มขึ้นไปชั้นสอง เมื่อเขาเข้ามาในห้องก็ไปนั่งที่เก้าอี้หน้าโต๊ะเครื่องแป้งทำหน้าเบลอ ๆ อย่างอ่อนระโหยโรยแรง

          "น้ำค่ะ" ยูอิเทน้ำจากขวดที่เตรียมขึ้นมาให้เขา เรียวเฮย์รับไปดื่มอย่างกระหายทันที

          "...คุณอารากากิ"

          "ไม่ต้องเรียกคุณหรอก เรียกเรียวเฮย์เฉย ๆ ก็ได้ครับง่ายกว่า" เขารีบชิงพูดก่อนพร้อมเช็ดปากกับหลังมือตัวเอง แม้แต่ท่าเช็ดปากก็ยังดูดี ยูอิแอบคิดในใจแต่ไม่แสดงออกแล้วลงนั่งที่ปลายเตียงของตัวเอง

          "งั้นเรียวเฮย์..." เด็กสาวชะงักไปเล็กน้อยเมื่อสบตากับเขา "เอ่อ...แปลกดีเนอะ เห็นเรียวเฮย์แต่งตัวแบบนี้ก็เลยนึกว่าจะเป็นคนดุกว่านี้เสียอีก"

          ชายหนุ่มหลบสายตาไปด้วยความเขินอายที่อีกฝ่ายพูดออกมาตรง ๆ ยูอิเองก็อายไม่แพ้กัน ได้คุยกันครั้งแรกก็ไปวิจารณ์เขาเสียแล้วจะดีหรือแบบนี้ เธอตั้งสติใหม่ เอาเถอะเข้าเรื่องเลยดีกว่า

          "เรียวเฮย์ ทำไมถึงได้อยากเจอฮักคุงนักล่ะ" คราวนี้คำถามตรงประเด็นเสียที แต่ดูเหมือนจะตรงเกินไป ชายหนุ่มมีสีหน้าตกตะลึงบีบแก้วน้ำแน่นราวกับจะเอาให้แตกคามือ เขาเริ่มทำหน้าเหมือนจะร้องไห้อยู่มะรอมมะร่อ ยูอิสะเทือนใจจนอยากจะขอเปลี่ยนคำถามขึ้นมาเลยทีเดียว

          "ข...ขอโทษนะ เมื่อกี้มันคง...เสียมารยาทกับเขามากเลยสินะ" เรียวเฮย์พูดเสียงสลด "จริง ๆ แล้วฉันใฝ่ฝันถึงเรื่องมนุษย์ต่างดาวมาตั้งแต่เด็ก ๆ แล้วล่ะ แล้วก็เชื่อด้วยว่าพวกเขาฉลาดกว่าพวกเรามาก ถ้าวันหนึ่งเขามาที่โลกจริง ๆ คงไม่ทำเรื่องโง่ ๆ อย่างการทำสงครามเหมือนมนุษย์แน่ พวกเขาต้องมาเป็นเพื่อนกับพวกเราแน่นอน..."

          ยูอิกุมขมับ ใช่จริง ๆ หมอนี่เป็นพวกบ้าจานบินกับมนุษย์ต่างดาวอะไรทำนองนี้นี่เอง เธอกลับมาตั้งสติอีกครั้งเพราะนึกเรื่องสำคัญขึ้นมาได้

          "เอ ถ้าแค่อยากเจอมนุษย์ต่างดาวเมื่อกี้นายก็บอกว่าเจอพวกเขาเดินออกไปตั้งเยอะแยะไม่ใช่หรือ แล้วทำไมต้อง..."

          "ม...มันไม่เหมือนกันนะ!" เขาพูดดังขึ้นเล็กน้อยแล้วหันมาทางเธอ "ฉันน่ะเห็นฮักคุงผ่านโทรทัศน์มาตั้งเดือนแล้ว ตอนที่พวกเขาได้รับอนุญาตให้ลงจอดที่อเมริกาน่ะฉันแทบจะเอาเงินเก็บบินไปดูตัวจริงเลยนะแต่แม่ฉันเขาห้ามไว้ แล้วก็...แล้วก็..."

          "แล้วก็..." ยูอิช่วยย้ำคำด้วยสีหน้าเจื่อน ๆ เหมือนกำลังกลับเข้าโลกส่วนตัวอีกครั้ง

          "แล้วก็...ฮักคุงน่ะ น่ารักกว่ามนุษย์ต่างดาวคนอื่นด้วยใช่ไหมล่ะ" ชายหนุ่มพูดด้วยสีหน้าอาย ๆ แล้วหลบสายตาไปเล็กน้อย เด็กสาวที่คอยรับฟังอยู่นั่งนิ่งโดยรู้สึกเหมือนกำลังลอยนิ่งอยู่ในห้วงอวกาศ น่ารักงั้นหรือ...เรียวเฮย์เข้าใจว่าคนอื่นจะรู้สึกแบบนี้เหมือนตัวเองหรือ แต่ในสายตาเธอพวกชาวดาวอังคารก็หน้าเหมือนกันหมด นอกจากนายโย่งนั่นล่ะมั้งที่จะตาเรียว ๆ เหมือนคนตาตี่กว่าคนอื่นเขา

          "ขอโทษนะคะ ถ้าอย่างนั้น...เรียวเฮย์นี่ก็ชอบผู้ชายด้วยกันน่ะสิ" ยูอิพูดด้วยใบหน้านิ่งเฉย ทันใดนั้นเรียวเฮย์ก็หันกลับมาทันที

          "ไม่ใช่นะ! ฉันน่ะไม่ได้ชอบผู้ชายนะ"

          "...ถ้าอย่างนั้นก็ชอบอะไรเล็ก ๆ น่ารักอย่างนั้นสินะคะ" เด็กสาวลองเชิงต่อเพราะเห็นฮักคุงตัวเล็กกว่าคนอื่น เรียวเฮย์ก็ยังส่ายหน้าอีกทว่ามีใบหน้าแดงระเรื่ออยู่ตลอดเวลา คราวนี้ยูอิรู้สึกขัดใจที่อีกฝ่ายเอาแต่อ้ำอึ้งจึงหรี่ตาแล้วพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงนิ่งกว่าเดิม

          "ถ้าอย่างนั้นก็ชอบมนุษย์ต่างดาวที่ยืนสองขาเหมือนคน มีผิวสีเขียว ตัวเล็กขนาดกำลังน่ากอด ดวงตาสีดำโตแป๋วแหวว ยิ้มเก่ง ร่าเริง แล้วก็เป็นมนุษย์ต่างดาวที่เป็นมิตรด้วย นอกจากนี้ยังไม่เกี่ยงเพศอีกต่างหาก...อย่างนั้นสินะคะ..."

          โป๊ะเชะ!!! เรียวเฮย์ไม่ได้พูดอะไรแต่ยูอิแปลความจากสีหน้าตกตะลึงระคนเขินอายของเขาได้เช่นนั้น คราวนี้ตรงประเด็นมากจนเด็กสาวแทบจะเป็นลมลงไปนอนกับพื้น สรุปแล้วนายแค่จะบอกว่าหลงรัก 'ฮักคุง' ตั้งแต่แวบแรกที่ได้เห็นในโทรทัศน์ก็พูดมาตรง ๆ เสียก็หมดเรื่อง!

          อา...นี่เรียวเฮย์มองข้ามเด็กสาวน่ารักอย่างเธอไปสนใจไอ้ตัวต่างดาวนั่นได้ยังไงกันนะ เธอน่ะ ตั้งแต่เกิดมาขนาดไม่ค่อยได้แต่งหน้าแต่งตัวให้ดูดียังเคยมีคนมาสารภาพรักกับเธอไม่ต่ำกว่าสิบเชียวนะ เอ๊ะ...แต่งหน้า...

          ยูอิที่ทำท่าจะเอนล้มไปบนเตียงสะดุ้งพรวดขึ้นมานั่งตรงอีกครั้ง ตอนนี้เธอไม่ได้แต่งหน้าอยู่นี่นาเพราะกลับมาถึงบ้านก็ไปล้างเครื่องสำอางค์ออกหมด มิน่าเรียวเฮย์ถึงได้ไม่สะดุดตา พลาดเสียแล้วเรา! ยูอิคิดด้วยความกังวลก่อนจะหันไปทางชายหนุ่มที่เธอแอบชอบ

          เธอมองใบหน้าคมได้รูปนั้นอย่างพินิจแล้วก็ได้แต่ก้มหน้าสลดใจกว่าเดิม ใบหน้าที่ยังแดงระเรื่อดูเพ้อฝันนั่นทำให้เธอมั่นใจได้เลยว่าต่อให้เธอแต่งหน้าแล้วเจอกับเรียวเฮย์ที่หน้าบ้านเมื่อครู่เขาก็คงไม่ได้รู้สึกสนใจอยู่ดีเพราะมัวแต่คิดถึงเรื่องของเจ้ามนุษย์ต่างดาวนั่น

          ยูอิหันมานั่งกอดเข่าด้วยท่าทีอมทุกข์ เรียวเฮย์ก็เลยเผลอนั่งกอดเข่าบ้างพร้อมมีสีหน้าเหมือนกำลังครุ่นคิด อุตส่าห์ได้พูดคุยแบบจริงจังกับเขาเป็นครั้งแรกแท้ ๆ ทำไมมันถึงได้มืดหม่นแบบนี้นะ เธอคิดอย่างไม่พอใจตัวเองเอาเสียเลย

          "ขอถามอีกนิดได้ไหม" เธอเอ่ยแบบไม่รอให้เขาอนุญาต "เรียวเฮย์รอที่จะได้พบมนุษย์ต่างดาวแบบฮักคุงในลักษณะไหนหรือ"

          "ลักษณะ" เขาทวนคำถามเหมือนไม่เข้าใจ ในที่สุดชายหนุ่มก็หันหน้ามาหาเธอด้วยความสนใจเสียที

          "หมายถึง...รอคอยแบบคนที่อยากพบสัตว์หายาก หรือว่ารอแบบคนที่อยากมีประสบการณ์เกี่ยวกับจานบิน" เธอลองเชิงไปเรื่อยเพราะดูจากนิสัยแล้วเขาคงไม่พูดอะไรออกมาตรง ๆ "หรือว่า...รอคอยแบบเจ้าหญิงรอพบเจ้าชาย"

          "บ้าน่า! ยูอิจังพูดอะไรน่าอายแบบนั้น ถึงจะชอบมากแค่ไหนฉันก็ยังเป็นผู้ชายอยู่นะ" เขาโวยด้วยท่าทีแบบไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่ได้ยินแล้วจึงหลบสายตาไปอีกครั้ง ส่วนยูอิก็ได้แต่แอบปลื้มใจที่ถูกเรียกชื่ออย่างสนิทสนมในเวลาอันรวดเร็ว

          "ก็คงประมาณ...เด็กชายที่เอาแต่รอคอยวันที่จะเอื้อมมือไปคว้าดวงดาวสว่างไสวที่อยู่ไกลลิบตาให้ได้ล่ะมั้ง" เรียวเฮย์ตอบเสียงค่อยข้างแก้มแดงระเรื่อ ยูอิกัดฟันกรอดจนเขี้ยวแทบหัก นายนี่...พูดจาน้ำเน่ายิ่งกว่าฉันเสียอีก ยังมีน่ามาบอกว่าประโยคของฉันน่าอายอีกหรือไง หา! ยูอิโวยในใจราวกับยักษ์พิโรธ ถ้าเธอไม่ได้แอบชอบเขาอยู่ป่านนี้คงได้กระชากคอเสื้อแล้วลากลงไปกระทืบที่พื้นห้องเป็นแน่

          เสียงเคาะประตูดังขึ้นที่หน้าห้อง ทั้งคู่จึงเงยหน้าขึ้นมองตามเสียงแต่ไม่มีคนอยู่ในระยะสายตาจนพวกเขาต้องก้มหน้าลงมอง มนุษย์ต่างดาวตัวเล็กน่ารักกำลังเดินเข้ามาในห้องพร้อมอุ้มสตอเบอรี่ลูกใหญ่เท่าหัวตัวเองมาด้วย เรียวเฮย์ลุกปีนขึ้นที่นอนแล้วทำท่าจะโดดออกไปทางหน้าต่างตรงหัวเตียง ลำบากยูอิที่ต้องรีบเข้าไปคว้าตัวไว้ให้ทันท่วงที

          "หวา! อย่าเพิ่งคิดสั้น!" เธอร้องลั่นเตือนสติเขา ชายหนุ่มจึงค่อย ๆ กลับลงมานั่งบนเตียงอีกครั้ง ขณะเดียวกันฮักคุงก็เดินมาถึงเตียงแล้วโค้งเล็กน้อยตามธรรมเนียมญี่ปุ่น

          "เมื่อกี้นี้ผมทำให้กลัวสินะครับ ต้องขอโทษจริง ๆ ที่แท้ก็เป็นเพื่อนของยูอิจังนี่เอง" ฮักคุงพูดอย่างสุภาพแฝงไปด้วยความรู้สึกผิด "อันนี้เป็นสตอเบอรี่อวกาศนะครับ เป็นของขึ้นชื่อของดาวอังคาร หวานกว่าของโลกแล้วก็ลูกโตกว่า ฆ่าเชื้อเรียบร้อยทุกอย่างแล้ว ถ้ายังไงรับเอาไปทานได้ไหมครับแทนคำขอโทษจากผม"

          เรียวเฮย์ทำหน้าอึ้งและนิ่งงัน เมื่อฮักคุงยื่นสตอเบอรี่ลูกโตมาให้เขาก็ยื่นมือไปรับเอาไว้ด้วยมือที่สั่นน้อย ๆ ชายหนุ่มน้ำตาคลอเบ้า ส่วนยูอินั้นสูดลมหายใจเข้าปอดเฮือกใหญ่ จะว่าหึงก็ไม่เชิงแต่ทำไมฮักคุงเป็นคนดีขนาดนี้ แบบนี้ก็ตรงสเปกเรียวเฮย์แบบสุด ๆ เลยน่ะสิ...เด็กสาวรู้สึกวิตกในใจ

          "เป็นเพื่อนกันนะครับ อย่ากลัวผมเลยนะ" เจ้าตัวเล็กยื่นมือขึ้นมาจับมือกับเรียวเฮย์ คราวนี้ชายหนุ่มชาวมนุษย์โลกน้ำตาไหลพรากแล้วเขย่ามือเพื่อนใหม่เบา ๆ ฮักคุงพยายามไม่อ่านใจคนอื่นจึงไม่ค่อยเข้าใจนักว่าทำไมอีกฝ่ายถึงต้องร้องไห้ด้วย

          ยูอิเม้มปากมองฮักคุงนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง แม้ว่าเธอจะไม่พอใจที่เรียวเฮย์ชอบฮักคุงมากขนาดนี้แต่พอเห็นน้ำตาของเขาแล้วก็ทั้งรู้สึกสงสารและประทับใจอย่างประหลาด มิตรภาพระหว่างดาวสองดวงกำลังเกิดขึ้นที่นี่แล้วต่อหน้าเธอนี่เอง เด็กชายแสนขี้อายที่พยายามไขว่คว้าดวงดาวนั้นในที่สุดก็เอื้อมมือถึงมันจนได้

          ก็ไม่ได้เลวร้ายอะไรนักนี่นา...ยูอิให้คำจำกัดความของคำว่ามนุษย์ต่างดาวในใจเธอใหม่อีกครั้ง...

         

 

 

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry