SLS 04 : พี่น้องคู่วุ่น
posted on 10 Jul 2008 08:59 by wadoijiworld in SLS
สตรอว์เบอรี่ตัวร้าย เจ้าชายต่างดาว
Strawberry's LoveSpace
ตอนที่ 4 : พี่น้องคู่วุ่น
เช้าตรู่ของวันใหม่ เด็กสาวนั่งทานแซนด์วิชที่แม่ทำให้พร้อมกับดูข่าวภาคเช้าไปด้วย เธออยู่ในชุดนักเรียนเตรียมพร้อมจะไปโรงเรียน หลังจากเมื่อวานวุ่นวายกับสมาชิกใหม่จนเหนื่อยและในตอนนี้ยูอิที่ตื่นเช้ามาอย่างสดชื่นก็เริ่มห่อเหี่ยวอีกครั้งเมื่อเห็นสองพี่น้องจากต่างดาวเดินลงมาจากชั้นบน...แถมยังแต่งชุดนักเรียนเครื่องแบบโรงเรียนเดียวกับเธออีกต่างหาก
"ช้าก่อน ๆ" เด็กสาวพูดทั้งที่ขนมปังคาปาก "อะไรของพวกนายเนี่ย อย่าบอกนะว่าจะไปโรงเรียนด้วย อายุปูนนี้แล้วเนี่ยนะ"
"ครับ น่าอายนิดหน่อยนะครับ จริง ๆ เราทั้งสองคนเรียนจบจากโรงเรียนระดับสูงของดาวอังคารแล้ว แต่ที่จะไปโรงเรียนของยูอิจังนี่ก็คืออยากไปดูสภาพความเป็นอยู่ทั่วไปของชาวโลกแค่นั้นเองล่ะครับ" ฮักคุงตอบรับด้วยสีหน้าขัดเขินพร้อมยิ้มให้เล็กน้อย ไม่ได้รู้เลยว่าอีกฝ่ายพยายามประชด
"ถูกต้อง ไม่อย่างนั้นฉันคงไม่ยอมไปเหยียบที่ ๆ มีแต่สิ่งมีชีวิตด้อยสติปัญญาแบบนั้นหรอก ยังไงก็ไม่ต้องเป็นห่วงหรอกนะมันก็แค่ไม่กี่วันเท่านั้นล่ะ" เสียงกวนฝ่าเท้าดังขึ้น ยูอิรีบยกเท้าขึ้นมาเกาแกรก ๆ ตามความรู้สึกแต่สายตาเหลือบไปทางไฮค์...มนุษย์ต่างดาวตัวสูงโย่งที่กำลังนั่งทำท่าหยิ่งยะโสเสียเต็มประดา
ใครจะไปฉลาดจนหัวโตตัวลีบแบบพวกนายล่ะยะ ยูอิคิดพร้อมมีสีหน้าโมโหโกรธาราวกับยักษ์มาร เธอถลึงตาไปที่ฮักคุงทันทีเพราะเขาสะดุ้งตอนที่เธอคิดประโยคนั้น คิดจะอ่านใจฉันอีกสักกี่ครั้งถึงจะพอใจ หือ...เจ้าเตี้ย
"อิ่มแล้วค่ะ" ยูอิทิ้งท้ายก่อนจะคว้ากระเป๋าออกมาจากบ้านโดยไม่สนใจเสียงของแม่ที่บอกให้รอไปโรงเรียนพร้อมกับฮักคุงไฮค์คุงเลยสักนิด ในตอนที่เธอเดินพ้นรั้วบ้านออกมานั้นเองรถมอเตอร์ไซด์คันหนึ่งก็แล่นมาจอดอยู่หน้าบ้านพอดี
"อรุณสวัสดิ์ยูอิจัง" เรียวเฮย์ทักทายด้วยสีหน้าสดชื่นและยิ้มแย้มมากกว่าปกติ ถึงแม้ว่าใบหน้านั้นจะโดนปกปิดด้วยเครื่องสำอางค์เป็นบางส่วนก็ตาม
"อรุณสวัสดิ์จ้า" เธอรีบทักกลับไปด้วยความดีใจ เขามารับเธอไปโรงเรียนงั้นหรือ...เด็กสาวฝันหวานไปสองวินาทีก่อนจะยอมรับความจริง วันนี้ฮักคุงไปโรงเรียน ดังนั้นคนที่เรียวเฮย์ตั้งใจจะมารับก็คือ...
"อ๊ะ เรียวเฮย์ อรุณสวัสดิ์ครับ" เสียงเล็ก ๆ รีบเข้ามาทัก ว่าแล้วเชียว เมื่อวานฮักคุงกับเรียวเฮย์นั่งคุยกันอยู่ในห้องนั่งเล่นตั้งนาน พ่อกับแม่ก็เข้าไปร่วมแจมด้วยเสียอย่างนั้น รู้สึกจะถูกคอกันมากเลยจนเธอชักจะหมั่นไส้ขึ้นมาแล้วล่ะสิ
"ฮักคุง!" ชายหนุ่มโพล่งขึ้นด้วยดวงตาเป็นประกายแล้วทำท่าจะเข้าไปรับถึงในตัวบ้าน ทว่าในจังหวะนั้นเองมนุษย์ต่างดาวตัวสูงยาวก็เข้ามาคว้าฮักคุงเอาไว้ก่อน ไฮค์คุงหรี่ตาเรียวยาวมองชายหนุ่มมนุษย์โลกอย่างเอาเรื่อง
"แกน่ะใครกัน" ไฮค์ถามราวกับไม่พอใจ
"พี่ไฮค์ เรียวเฮย์เป็นเพื่อนผมนะครับ" ฮักคุงรีบอธิบาย
"เป็นเพื่อนกับเจ้าตัวประหลาดนี่น่ะหรือ" ฝ่ายพี่ชายโพล่งขึ้นเหมือนไม่เชื่อหู เรียวเฮย์มีสีหน้าตกตะลึงในทันทีเพราะถูกมนุษย์ต่างดาวเรียกว่าตัวเองว่าตัวประหลาดเข้าแบบนั้น เขาเองก็นึกว่ามนุษย์ต่างดาวทุกคนจะเป็นมิตรเหมือนฮักคุงเสียอีก ในที่สุดไฮค์ก็ใจเย็นลงแล้วจึงยอมปล่อยให้น้องชายกลับมายืนบนพื้นโลกอีกครั้ง
"อ๊ะ คือว่า วันนี้ฮักคุงจะไปโรงเรียนของยูอิจังใช่ไหม ให้ฉันไปส่งนะ" เรียวเฮย์รีบเสนอตัว ฮักคุงโปรยยิ้มเหมือนจะดีใจแต่แล้วจู่ ๆ ก็นิ่งไป
"...ขอบคุณมากครับ แต่ว่าผมขอเดินดูบรรยากาศรอบข้างด้วยดีกว่า" เจ้าตัวเล็กเหลือบไปทางยูอิที่ยืนอยู่เงียบ ๆ "ยังไงให้ยูอิซ้อนท้ายไปก่อนดีกว่าครับเดี๋ยวพวกผมเดินไปกันเอง"
"เอ๋ เอ่อ...จริง...จริงด้วย เป็นถึงเจ้าชายมานั่งอะไรโบราณ ๆ แบบนี้คงไม่เหมาะสินะ" ชายหนุ่มละล่ำละลักพูดเหมือนช็อกที่ถูกปฏิเสธ ด้านยูอินั้นยืนอึ้งแล้วมองไปทางฮักคุงด้วยดวงตาเป็นประกาย
"มาเถอะยูอิ! รีบไปโรงเรียนดีกว่าเดี๋ยวสาย" เขาร้องเรียกเธอเหมือนกลบเกลื่อนความรู้สึกบางอย่าง เด็กสาวจึงรีบตาลีตาเหลือกขึ้นไปนั่งซ้อนท้ายทันที ดวงตากลมโตของเธอหันกลับไปทางฮักคุงด้วยความรู้สึกขอบคุณเหลือประมาณ ได้ซ้อนท้ายมอเตอร์ไซด์คนที่ชอบอยู่น่ะเป็นความใฝ่ฝันอย่างหนึ่งของเธอเลยนะ
ใช่แล้ว...ในเมื่อเรียวเฮย์ชอบฮักคุงมากขนาดนี้ เธอก็ใช้ฮักคุงเป็นพ่อสื่อให้เสียเลยก็หมดเรื่อง ยูอิทำตาเป็นประกายด้วยความหวัง อย่างไรฮักคุงก็เป็นมนุษย์ต่างดาวแถมยังเป็นผู้ชายด้วยคงไม่นึกสนใจเรียวเฮย์แบบคนรักอยู่แล้ว ถ้าฮักคุงยอมช่วยล่ะก็...เด็กสาวเกิดรู้แจ้งขึ้นมาในระหว่างที่มอเตอร์ไซด์ที่เธอนั่งแล่นห่างไปจากมนุษย์ต่างดาวทั้งสองนั้นเอง
ไฮค์หันไปมองน้องชายด้วยใบหน้านิ่งเฉย ความเงียบในบรรยากาศนั้นแทนคำถามไถ่ด้วยความห่วงใย เขาหยิบมวนบุหรี่สีช็อกโกแลตขึ้นมาจุดสูบจนควันของมันถูกพัดไปตามแรงลมเอื่อยเฉื่อย
"ผมแอบอ่านใจเธออีกแล้วล่ะครับพี่" ฮักคุงเอ่ยปากในที่สุดพร้อมทั้งจูงมือพี่ชายเพื่อเริ่มออกเดินไปโรงเรียน
"อืม จริง ๆ เรื่องแบบนี้ไม่ต้องอ่านใจก็พอจะดูออกอยู่หรอกนะ"
"ตอนที่เรียวเฮย์ชวนผมขึ้นยานพาหนะนั่น ยูอิจังเขาเกิดอิจฉาขึ้นมา ผมก็เลย..." ฮักคุงอธิบายเสียงเศร้า ทว่าพี่ชายกลับลูบหัวเขาเบา ๆ ก่อนที่จะพากันเดินไปตามเส้นทางตรงหน้าซึ่งมีผู้คนจำนวนมากกำลังรอขอถ่ายรูปกับพวกเขาอยู่...
อีกด้านหนึ่ง ยูอิขอให้เรียวเฮย์จอดที่ใกล้ ๆ โรงเรียนแล้วเอ่ยขอบคุณ เขามีสีหน้ายิ้มแย้มเหมือนเดิมทว่ากลับดูเหมือนจะฝืนยิ้มยังไงอยู่ เมื่อเรียวเฮย์กลับรถไปตามทางเดิมแล้วเด็กสาวจึงค่อย ๆ เดินไปทางโรงเรียนอย่างไม่รีบร้อนนัก ยังเหลือเวลาอีกสักพักกว่าจะถึงเวลาเข้าเรียน
เธอไม่มีเวรทำความสะอาดตอนเช้าจึงนั่งเล่นอยู่ในสนามด้านหน้าของโรงเรียนเพื่อรอให้พวกฮักคุงมาถึง แม้จะไม่ค่อยชอบมนุษย์ต่างดาวแต่เธอก็อดเป็นห่วงไม่ได้อยู่ดี ทว่ารอแล้วรอเล่า...จนกระทั่งทักทายเพื่อนที่มาโรงเรียนแทบจะครบทั้งห้องแล้วก็ยังไม่ปรากฏวี่แววของเจ้าตัวเขียวสองคนนั้นอยู่ดี
"อ้าว! ยูอิ ทำไมวันนี้ขึ้นห้องช้าจัง" วากานะหัวหน้าห้องรีบทักด้วยเสียงอันดังท่ามกลางความจอแจของเพื่อน ๆ ในห้องเรียน ท่าทางเธอคงมาโรงเรียนตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่างกระมังยูอิถึงได้ไม่เจอเธอที่หน้าประตูโรงเรียนเลยสักครั้ง รูปลักษณ์ที่สวมแว่นและถักเปียสองข้างนั้นดูเรียบร้อยเหมาะจะเป็นหัวหน้าห้องจริง ๆ ดังนั้นตั้งแต่ปีแรกที่เข้าเรียนที่นี่เธอจึงได้เป็นหัวหน้าห้องมาโดยตลอดนั่นเอง
"เอาเถอะน่า เอ้านี่! การบ้านเลขที่ต้องส่งตอนเช้า" เด็กสาวพูดแล้วยื่นสมุดให้อย่างขอไปที
"เหลือเธอคนสุดท้ายแล้วนะเนี่ย" เพื่อนสาวบ่นอุบอิบ
"วากานะ! ลืมฉันได้ยังไง" โนมุระที่ตัวโตกว่าใครในห้องรีบวิ่งเข้ามาประชิดตัวเด็กสาวทั้งสองทันที "ฮึ่ย! ยูอิ! ขอร้องล่ะ ขอยืมลอกแปบนึงนะ เดี๋ยวฉันเอาไปส่งให้เอง"
"โนมุระ! นายนี่ทำแบบนี้ทุกวันได้ยังไง เห็นใจยูอิกับคนที่ต้องรวบรวมไปส่งให้ครบอย่างฉันเสียบ้างสิ"
"หวา...ครั้งนี้ครั้งเดียวน่า ก็รู้อยู่ว่าชมรมฟุตบอลน่ะซ้อมหนักจะตาย เมื่อวานฉันกลับบ้านตั้งสองสามทุ่มเชียวนะ" เพื่อนหนุ่มยังอ้อนวอนพร้อมยกมือไหว้ปลก ๆ ยูอินึกรำคาญทั้งคู่ก็เลยเอาสมุดตัวเองให้โนมุระไป เขารีบเผ่นกลับไปนั่งลอกที่โต๊ะตัวเองด้วยความเร็วแสง ส่วนวากานะก็ได้แต่ถอนหายใจแต่ดูเหมือนจะขี้เกียจบ่นอะไรต่อเสียแล้ว
ใกล้ได้เวลาเข้าเรียนเต็มทียูอิจึงกลับไปนั่งที่ตัวเอง เธอนั่งแถวกลางห้องแต่เยื้องไปทางประตูห้อง ใจจริงก็อยากจะนั่งติดหน้าต่างเต็มทน นั่งฝั่งติดทางเดินเนี่ยน่าอึดอัดจะตายเพราะผู้อำนวยการชอบเดินมาแอบดูอยู่บ่อย ๆ
ในชั่วโมงโฮมรูมอาจารย์เริ่มพูดถึงแขกที่จะมาเยี่ยมชมบรรยากาศของโรงเรียนบนดาวโลก แค่ขึ้นคำว่าดาวโลกขึ้นมายูอิก็กระตุกยิ้มมุมปากขึ้นมาพร้อมทำหน้าเจื่อน ๆ นึกแล้วเชียวว่าพ่อจะต้องส่งสองคนนั้นมาเรียนห้องเดียวกับเธอ...
ก็เป็นดังที่คาด พอท้ายชั่วโมงก็มีมนุษย์ต่างดาวสองคนเดินเข้ามาในห้อง ทุกคนต้องพากันชะโงกก้ม ๆ เงย ๆ มองหาฮักคุงกันใหญ่เพราะไม่นึกว่าจะตัวเล็กปานนี้
"ไฮค์ครับ"
"ฮัคคุงครับ" ทั้งสองคนแนะนำตัวจากที่อาจารย์บอก ฮัคคุงถูกอุ้มอยู่ให้เพื่อนร่วมห้องได้เห็นชัด เขาโบกมือเล็กน้อยพร้อมโปรยยิ้มไปทั่ว
"นะ...น่ารักที่สุดเลย!" เพื่อนสาวตัวอ้วนกลมคนหนึ่งในห้องถึงกับกรี๊ดกร๊าดออกมาเช่นนั้นทำเอาทุกคนหัวเราะลั่นด้วยความขบขันระคนเอ็นดูเจ้ามนุษย์ต่างดาวตัวจ้อย เป็นเวลากว่าเดือนที่ทุกคนได้รู้ข่าวของเจ้าชายจากดาวอังคารจึงไม่ค่อยมีใครประหลาดใจหรือกลัวมนุษย์ต่างดาวทั้งสองเท่าไรนัก
ยูอิทำนั่งเซ็งอยู่คนเดียว สองคนนี้ฉลาดออกจะตาย...ตามที่พ่อบอกมาน่ะนะ มาที่โรงเรียนแบบนี้ไม่รู้จะได้ประโยชน์อะไรกันแน่ เอาเถอะ มาอยู่ใกล้ ๆ แบบนี้ก็ดีจะได้หาทางขอร้องฮักคุงเรื่องเรียวเฮย์ได้ง่าย ๆ เธอคิดแล้วเหลือบมองไปที่ไฮค์คุงซึ่งอุ้มน้องชายเอาไว้...
มนุษย์ต่างดาวตัวสูงยาวผู้ทำหน้าบึ้งตึงอยู่เสมอนั้นกำลังอมยิ้มอยู่ท่ามกลางเสียงเฮฮาและการปรบมือที่แสดงการต้อนรับของมนุษย์โลก ยูอิทำตาโตด้วยความประหลาดใจก่อนจะค่อย ๆ ขยับปรบมือไปด้วยจนกระทั่งเสียงปรบมือเงียบลงนั่นล่ะหน้าของไฮค์คุงถึงกลับมาเป็นเหมือนเดิม
"เอาล่ะ ๆ ทั้งคู่เป็นถึงเจ้าชายเชียวนะ ยังไงทุกคนก็อย่าทำอะไรที่มันเสียมารยาทนักล่ะ" ครูทากะซากิกวาดตามองไปทั่วห้องเพื่อเล็งหาที่นั่งเหมาะ ๆ ให้กับทั้งสองคน
"เอ้า! วากานะกับคิมิโมโตะย้ายไปนั่งโต๊ะตัวหลังก็แล้วกัน แล้วให้ฮักคุงกับไฮค์คุงนั่งกลางห้องแถวเดียวกับโอซึกะนะ โอซึกะจะได้ช่วยเหลืออะไรได้บ้างเพราะว่าตอนนี้เธออยู่บ้านเดียวกันกับเจ้าชายทั้งสองใช่ไหมล่ะ!" ครูร้องถามเสียงดัง ยูอิสะดุ้งเฮือก เล่นแฉกันแบบนี้เลยหรือคะคุณครู
ขณะที่มนุษย์ต่างดาวทั้งสองเดินมานั่งตามที่ทั้งห้องก็เหลือบมามองยูอิด้วยความประหลาดใจ กลายเป็นว่าเธอต้องนั่งเรียงหน้ากระดานกับฮักคุงแล้วไฮค์คุงโดยมีไฮค์คุงอยู่ตรงกลาง ดูเหมือนว่าไฮค์จะพยายามกันเธอออกไปจากน้องชายอย่างเต็มที่เลยทีเดียว
จริง ๆ เขาก็ดูรักน้องดีนี่นะ ถึงจะปากไม่ดีก็เถอะ แต่ในใจก็คงจะแค่หวงน้องเท่านั้นล่ะมั้ง ไม่แปลกเลยที่จะเขาโมโหเธอเพราะเจอหน้าปุ๊บเธอก็ใช้ฮักคุงน้องชายสุดที่รักของเขาเป็นลูกวอลเล่ย์บอลทันที แต่แหม...จู่ ๆ โดดมาแบบนั้นใครจะไม่ตกใจบ้างเล่า แต่เอ่อ...ถึงจะตกใจก็ไม่เห็นต้องกระโดดตบสวนกลับไปเลยนี่นา อีกเสียงในใจยูอิรีบค้านออกไปด้วยความรู้สึกสับสน
ทั้งที่ตอนยิ้มก็หน้าดูดีคล้ายฮักคุงแท้ ๆ เอาแต่ทำหน้าไม่รับแขกอยู่ได้...ยูอิแกล้งคิดในใจดัง ๆ แล้วหันไปเท้าคางมองหน้าไฮค์คุงเล็กน้อยหวังให้เขาลองอ่านใจเธอดูบ้าง
"มองอะไรนักหนายัยมนุษย์ด้อยปัญญา" ไฮค์คุงกระซิบเบา ๆ แต่กวนอารมณ์ยิ่งนัก เออ...ใช่สิ! พวกฉันมันเป็นชาวโลกโง่ ๆ แล้วแกล่ะไอ้พวกฉลาดจนหัวโล้น! ยูอิคิดอย่างเดือดดาล ในตอนนั้นเองฮักคุงก็อ้าปากค้างหันมาทางเธอด้วยความตกใจก่อนจะรีบเม้มปากบาง ๆ เอาไว้นิ่ง
เด็กสาวเผลอเอามือข้างหนึ่งกุมขมับจนตาเหลือกขึ้นเห็นตาขาว ส่วนมืออีกข้างกำหน้ากระดาษหนังสือเรียนเสียยับยู่ยี่เสียงดังกรอบแกรบ เจ้าพี่น้องสองคนนี้มันน่าโมโหเสียทั้งคู่เลยนี่นา! อดทนไว้ยูอิ!





