SLS 05 : คนพิลึก

posted on 10 Jul 2008 09:00 by wadoijiworld  in SLS

 

 

 

 

 

 สตรอว์เบอรี่ตัวร้าย เจ้าชายต่างดาว

Strawberry's LoveSpace

 

 

 

 

          ตอนที่ 5 : คนพิลึก

 

 

 

          อากาศกำลังเย็นสบายเพราะเป็นช่วงต้นเดือนตุลาคม ยูอิตัดสินใจจะชวนฮักคุงขึ้นไปทานข้าวบนดาดฟ้าเพื่อคุยเรื่องเรียวเฮย์แต่แล้วก็ต้องผิดหวังเพราะสองพี่น้องโดนพวกครูและผู้อำนวยการเชิญไปทานข้าวด้วยกันเป็นที่เรียบร้อยแล้วเธอจึงต้องขึ้นไปบนดาดฟ้าเพียงคนเดียว

          ทว่าพอขึ้นมาถึงบนดาดฟ้าเธอก็ไม่ได้อยู่คนเดียว วากานะแอบขึ้นมาก่อนแล้วทั้งที่จริง ๆ ดาดฟ้าเนี่ยเขาห้ามนักเรียนขึ้นมาด้วยซ้ำ เด็กสาวผู้ดูคงแก่เรียนนั่งหลบอยู่ในร่มเงากันสาดของทางขึ้นดาดฟ้า ยูอิจึงได้เพื่อนนั่งทานข้าวด้วยในที่สุด

          "เอ๋...ถ้าอย่างนั้นก็หมายถึงนายเรียวเฮย์อะไรเนี่ยเป็นพวกชอบมนุษย์ต่างดาวจนคลั่งไคล้งั้นหรือ" วากานะร้องขึ้นด้วยอาการแปลกใจเมื่อเพื่อนสาวเล่าเรื่องของตัวเองให้ฟัง พวกเธอไม่ได้สนิทกันมากนักแต่ปกติใครมีปัญหาอะไรก็จะมาปรึกษาวากานะอยู่แล้ว ยูอิก็เป็นหนึ่งในนั้น

          "อื้อ! แล้วก็นะ เห็นอย่างนั้นน่ะแต่ว่าไฮค์คุงท่าทางร้ายน่าดูเลย ส่วนฮักคุงน่ะฉันยังพอคุยด้วยได้"

          "แล้วยังไงอีก ๆ" เพื่อนสาวร้องถามอย่างสนอกสนใจ "ฉันเองก็ตามข่าวอยู่เหมือนกัน ไม่นึกเลยนะว่าจะได้มาใกล้ชิดพวกเขาขนาดนี้ ยัยโอกาวะน่ะชอบทั้งฮักคุงไฮค์คุงมาก ๆ เลยนะ ตอนชั่วโมงภาษาอังกฤษน่ะเล่นหันมาสะกิดฉันแล้วกรี๊ดกร๊าดทั้งชั่วโมงเลย"

          ยูอิหวนนึกถึงเพื่อนตัวอ้วนกลมแล้วภาพของเธอผู้นั้นก็ลอยขึ้นมาตรงหน้าพร้อมข้าวกล่องขนาดใหญ่ เดี๋ยวก่อน...นี่มันตัวจริงนี่นา...

          "นั่งด้วยนะ" เพื่อนสาวจ้ำม่ำที่เพิ่งขึ้นมาบนดาดฟ้าทักน้ำเสียงสดใสก่อนจะมานั่งร่วมวงในเงากันสาดด้วย "โอซึกะ! ให้ฉันถ่ายรูปคู่กับไฮค์คุงได้ไหม!"

          "ก็ไปขอเขาเองสิ" ยูอิตอบน้ำเสียงเย็นชาเมื่อได้ยินชื่อของไฮค์คุง โอกาวะบิดตัวกลมไปมาอย่างเขินอาย เธอยิ้มจนตาหยีแล้วบอกว่าใจไม่กล้าพอ

          "หึ ๆ ฉันเองก็..." ยูอิกำลังจะอธิบายว่าเธอเกลียดขี้หน้าหมอนั่นมากแค่ไหนก็พลันมีเสียงเปิดประตูอีกครั้ง หลังบานประตูที่เปิดออกมีมนุษย์ต่างดาวตัวน้อยชะโงกหน้าจากขั้นบันไดขึ้นมามอง

          "ขอร่วมวงด้วยได้ไหมยูอิจัง" ฮักคุงโผล่หน้ามาพร้อมยิ้มแหะ ๆ โอซึกะ ยูอิตกลงในห้วงอวกาศไปเสี้ยววินาทีก่อนจะพยักหน้าหงึก ๆ แถมฮักคุงยังพานายไฮค์ขึ้นมาด้วยอีกต่างหาก เจ้าตัวยาวนั่นหน้าบอกบุญไม่รับเหมือนเดิมแต่สุดท้ายก็เข้ามานั่งร่วมวงด้วยกันทั้งหมด

          "คุณไฮค์คะ! ขอถ่ายรูปคู่ด้วยได้ไหมคะ ฮักคุงด้วยนะ!" โอกาวะรีบเขยิบไปใกล้พวกเขาทั้งคู่แล้วหยิบมือถือขึ้นมาถ่ายรูปด้วยโดยไม่เปิดแฟลชเพราะเป็นข้อตกลงที่ประกาศผ่านทางรายการข่าวทั่วประเทศก็ด้วยเหตุที่ตาของชาวดาวอังคารนั้นไวต่อแสงมากกว่าชาวโลกนั่นเอง

          "ชาวดาวอังคารเนี่ยทานอาหารเหมือนพวกเราเลยนะ แปลกจัง" วากานะขยับแว่นแล้วมองดูภายในข้าวกล่องของสองพี่น้องตัวเขียวก่อนจะเหลือบไปมองของยูอิแล้วจึงพูดโพล่งขึ้นมา

          "เอ๊ะ เหมือนกันเลยนี่นา"

          "ใช่สิ ก็เมื่อเช้าแม่ฉันทำเผื่อสองคนนี้ด้วย" ยูอิช่วยไขข้อข้องใจ ฮักคุงใช้ตะเกียบแบ่งครึ่งไข่ม้วนแล้วคีบเข้าปาก ตาดำโต ๆ นั้นกำลังเปล่งประกายมากขึ้น

          "กรามพวกเราไม่แข็งแรงเท่ามนุษย์ครับ ทานได้แต่ของนิ่ม ๆ" ฮักคุงหันไปคุยกับวากานะเล็กน้อย แม้ว่าสีหน้าของเธอจะเฉยเมยแต่ยูอิพอจะดูออกว่าเพื่อนสาวตื่นเต้นเหมือนกันที่ได้คุยกับมนุษย์ต่างดาวตัวต่อตัว

          "เหรอจ๊ะ แล้วนี่หัดพูดภาษาญี่ปุ่นได้คล่องแล้วหรือ" เธอถามต่อ

          "อ๊ะ ไม่ใช่หรอกครับ เราติดเครื่องแปลภาษาเอาไว้ที่ปกเสื้อตัวใน ตรงนี้..." เจ้าตัวเล็กเอียงคอแล้วลอกผิวสีเขียวออกชั้นหนึ่งเผยให้เห็นแผงอิเล็กทรอนิกส์เล็ก ๆ ยูอิอ้าปากค้างนิ่ง เดี๋ยวก่อนสิ...ที่เห็นว่าฮักคุงเดินตัวเขียวเหมือนไม่ได้ใส่เสื้อผ้าตอนที่อยู่ที่บ้านนั่นคือจริง ๆ สวมชุดอยู่แล้วหรอกหรือ สีเสื้อนี่มันกลืนกับสีผิวเสียจนเธอแยกไม่ออกเลยนะเนี่ย

          "ย...อย่างนี้นี่เอง" วากานะอ้ำอึ้งเล็กน้อยก่อนจะหันไปทางไฮค์คุงที่จู่ ๆ ก็ลุกขึ้นยืน

          "ไฮค์คุง เป็นอะไรไปหรือ" โอกาวะถามขึ้นบ้างแต่มนุษย์ต่างดาวตัวสูงยาวกลับไม่ตอบ เขายืดตัวขึ้นแล้วก้มหยิบโลหะบางอย่างออกมาจากขากางเกงหลายชิ้นแล้วประกอบมันด้วยกันอย่างรวดเร็วจนกลายเป็นวัตถุที่รูปร่างคล้ายปืนขึ้นมา

          "ทิศสิบเอ็ดนาฬิกา หน่วยสี่ทิศสองนาฬิกา หน่วยหกทิศเจ็ดนาฬิกา...ระยะนับถอยหลังสิบห้ากิโลเมตรเหนือพื้นโลก...ห้า...สี่...สาม...สอง...หนึ่ง...ยิง" ไฮค์คุงพึมพำก่อนจะเล็งปืนชี้ไปข้างหน้าเล็งไปทางท้องฟ้า ทุกคนจึงมองตามไปทางนั้นแต่ไม่เห็นมีอะไรเกิดขึ้นเลยสักนิดเดียว

          "นี่! ทำอะไรของนายน่ะ อย่าทำให้ตกใจสิ" ยูอิร้องขึ้นด้วยความหงุดหงิด ในตอนนั้นเองไฮค์คุงก็ลดปืนลงแล้วพึมพำเบา ๆ

          "ดีมาก ยืนยันการทำลายเป้าหมาย ตรวจสอบสารตกค้างในอากาศด้วย" เขาพูดเหมือนกำลังสั่งใครบ้างคนก่อนจะหันกลับมานั่งที่เดิม

          "เมื่อกี้พูดว่าไงนะ ยัยมนุษย์ด้อยปัญญา" ไฮค์หันไปถามยูอิ เท่านั้นเองเด็กสาวก็เขวี้ยงตะเกียบลงกล่องข้าว

          "อย่าเรียกฉันว่ามนุษย์ด้อยปัญญานะ! ถอนคำพูดเดี๋ยวนี้!"

          "...แม่สิ่งมีชีวิตด้อยปัญญา" มนุษย์ต่างดาวตัวยาวพูดหน้าตาเฉย ยูอิกัดฟันกรอดจนตาเหลือก ไม่ได้ให้เปลี่ยนคำนั้นเว้ย! ไอ้บ้านี่! เธอโวยวายในใจเพราะอารมณ์โกรธมันไปจุกรวมกันที่คอจนไม่รู้จะพูดอะไรออกมาดี

          "หลุดรอดเข้ามาได้งั้นหรือครับ" ฮักคุงเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียดกว่าปกติ สาว ๆ ในกลุ่มที่นั่งอยู่ด้วยกันรอฟังคำตอบอย่างใจจดใจจ่อ

          "แค่ลำเดียว" ไฮค์ตอบนิ่ง ๆ ก่อนจะเริ่มทานข้าวกล่องของตัวเองบ้าง ยูอิและคนอื่น ๆ พอจะเดาได้ว่าคงหมายถึงศัตรูจากรัฐบาลของดาวอังคารต้นเหตุที่ทำให้เจ้าชายทั้งสองต้องลี้ภัยมาที่โลกนั่นเอง

          "ยิงไปแล้วมันจะไปตกที่ไหนน่ะ" วากานะถามขึ้นด้วยความเป็นห่วงว่าจะเกิดอุบัติเหตุบนพื้นโลก

          "ช่วยกันยิงจากหลายจุดก่อนถึงชั้นบรรยากาศโทรโพสเฟียร์ครับ" ไฮค์คุงตอบพร้อมกับเคี้ยวอาหารอย่างเชื่องช้า "ตอนนี้ยานลำนั้นกับคนขับกลายเป็นฝุ่นผงไปแล้ว"

          ชาวมนุษย์โลกทั้งสามคนตกลงสู่ห้วงอวกาศด้วยอาการช็อกจนอึ้ง น่ากลัว...น่ากลัว...มนุษย์ต่างดาวน่ากลัวเหลือเกิน...แต่ยูอิยังช็อกมากกว่านั้น ทำไมกับวากานะไฮค์คุงถึงได้ยอมพูดจาดีด้วย ทีกับเธอยังด่าเอา ๆ ไม่เห็นจะเกรงใจกันเลยสักนิดเดียว แปลกคนจริง ๆ


          ..........


          เด็กสาวรีบทำความสะอาดห้องด้วยความเร็วแสง วันนี้ชมรมเธอพักการซ้อมแต่เธอก็ยังติดทำเวรตอนเย็นเลยยังไม่ได้กลับบ้านเสียที ยูอิเอื้อมมือขึ้นลบกระดานสีขาวแต่ก็ไม่ถึงด้านบนสุดเสียอีกจนต้องกระโดดหยองแหยงไปมา

          "มานี่ฉันช่วย" เสียงทุ้มพูดแล้วคว้าแปรงลบกระดานไป เป็นโนมุระที่มาขอลอกการบ้านเธอเมื่อเช้านั่นเอง

          "ไม่รีบไปซ้อมหรือ" เด็กสาวยืนเท้าเอวถามพร้อมกับดูเพื่อนลบกระดานไปด้วย

          "หึ ๆ รีบไปก็เท่านั้น ยังไงก็ต้องกลับบ้านตอนสองทุ่มอยู่ดี" ชายหนุ่มร่างสูงหัวเราะขมขื่น ยูอิคิดว่าพอขึ้นม.ปลายแล้วโนมุระต้องขอย้ายชมรมแน่ ๆ เพราะหมอนี่เป็นตัวสำรองมาตลอดแต่ก็ต้องซ้อมหนักเท่าตัวจริงหรืออาจจะยิ่งกว่าเสียอีก ตั้งสามปีแล้วยังไม่มีวี่แววจะได้ลงสนามของจริงเลยสักครั้ง

          ยูอิช่วยเพื่อนผู้ชายอีกคนยกถังน้ำเข้ามาเพื่อใช้ถูห้อง เธอเดินมาถูพื้นที่ติดด้านหน้าต่างแล้วมองลงไปที่สนามก็เห็นมนุษย์ต่างดาวสองพี่น้องจูงมือกันออกไป เด็กสาวจึงทอดสายตาออกไปที่นอกรั้ว ผมสีทองที่โดดเด่นกว่าคนอื่นนั่นน่าจะเป็นเรียวเฮย์แน่ เขากำลังยืนคร่อมมอเตอร์ไซด์อยู่คงจะมารับฮักคุงไฮค์คุงกลับบ้านนั่นเอง

          เธอหยุดมองปฏิกิริยาของคนกลุ่มนั้นในบรรยากาศของนักเรียนคนอื่นที่มุ่งหน้ากลับบ้านหรือไปเรียนพิเศษ ฮักคุงกึ่งวิ่งกึ่งเดินเข้าไปหาเรียวเฮย์เพื่อทักทาย ส่วนไฮค์คุงนั้นตามน้องไปช้ากว่าเล็กน้อยเพราะมีนักเรียนคนอื่นมาขอถ่ายรูปหลายคน

          ทั้งที่คิดว่าทั้งสามคนจะนั่งมอเตอร์ไซด์ไปด้วยกัน แต่แล้วฮักคุงกลับขึ้นไปซ้อนท้ายเรียวเฮย์แค่คนเดียว ยูอิกำไม้ถูกพื้นโลหะจนแทบจะหักมันเป็นท่อน ๆ วันนี้เธอยังไม่ได้โอกาสคุยกับฮักคุงเรื่องนั้นเลย แถมยัง...พอขึ้นไปซ้อนท้ายแล้วเจ้ามนุษย์ต่างดาวตัวจ้อยนั้นยังกอดเอวเรียวเฮย์เสียแน่นอีก

          ไม่ได้นะยูอิ...เจ้านั่นเป็นมนุษย์ต่างดาว เธอไม่ควรหึงมนุษย์ต่างดาวนะ เพราะอะไรไม่รู้ล่ะแต่ยูอิคิดว่าอย่างไรวันหนึ่งฮักคุงก็ต้องไปจากโลกอยู่ดีแล้วเวลานั้นเรียวเฮย์ก็จะต้องเศร้าใจ ใช่แล้ว...นั่นล่ะโอกาสที่เธอจะ...ยูอิคิดวางแผนการณ์ก่อนจะจ้องเขม็งไปที่คนกลุ่มเดิม

          เรียวเฮย์คงกลัวคนที่ซ้อนท้ายจะเกาะไม่ถนัดจึงอุ้มฮักคุงมาที่ด้านหน้ารถแทนเหมือนตอนให้เด็กเล็ก ๆ นั่งมอเตอร์ไซด์ ยูอิรู้สึกเหมือนกระแสไฟพุ่งขึ้นมาจากปลายเท้าเพราะเวลาเรียวเฮย์วางมือทั้งสองไปจับแฮนด์ของรถแขนก็คร่อมตัวฮักคุงพอดีเลย ดูไปแล้วคล้ายท่ากอดจากด้านหลัง อ๊ากกก! ยูอิวิ่งหนีไปหลังห้องแล้วเอาหัวโขกกำแพงเสียงดังปั้ก ๆ จนเพื่อนคนอื่นพากันสะดุ้งโดยไม่กล้าถามไถ่อะไร

          เด็กสาวแนบหน้าไปกับบอร์ดหลังห้อง นับวันเธอจะยิ่งฟุ้งซ่านเกินไปแล้ว รวบรวมสมาธิเอาไว้ รวบรวมสมาธิเอาไว้...ใจเย็น ๆ อย่าคิด...อย่าคิด...เราต้องใช้เวลาเพื่อรอจังหวะ เดี๋ยวนานไปเรียวเฮย์ก็เบื่อเจ้าเตี้ยนั่นเองแหละน่า

          "ยูอิ! เธออยู่ไหน!" เสียงหนึ่งดังเข้ามาในห้อง เจ้าของชื่อที่ถูกเรียกรีบหันกลับไป นั่นมันไฮค์คุงนี่นา

          "นี่! เพื่อนนายคนที่หน้าตาโง่ ๆ ไปไหนแล้ว" เขาหาเธอไม่เจอจึงวิ่งเข้าไปถามโนมุระที่กำลังจัดโต๊ะอยู่ ยูอิถึงกับฟิวส์ขาด เธอลุกขึ้นยืนแล้วตวาดดังลั่น

          "ถามอย่างนั้นโนมุระเขาจะรู้ไหมล่ะยะว่าถามถึงใคร! เจ้าตัวยาว!" เสียงว้ากดังสนั่นลั่นห้อง ว่าแต่เธอโกรธประเด็นนั้นแน่หรือ...แล้วคำว่าเจ้าตัวยาวมันไม่ใช่คำด่านะ เสียงหนึ่งในใจยูอิค้านออกไป ระหว่างนั้นไฮค์คุงก็รีบพุ่งเข้ามาหาเธอแทน

          "หมอนั่นมันอะไรกันแน่! อยู่ดี ๆ ก็มาชวนฮักคุงไปนั่งรถเที่ยวได้ยังไงกัน!" เขาโวยวายใส่เธอ ยูอิพยายามหาเหตุผลว่าแล้วทำไมต้องมาดุเธอด้วย...เพราะไฮค์คุงเข้าใจว่าเรียวเฮย์เป็นเพื่อนเธอล่ะสินะ

          "...แล้วนายทำไมถึงปล่อยให้น้องไปกับคนแปลกหน้าได้ล่ะ" ยูอิเอ่ยเสียงต่ำ ไฮค์รีบเอามือปิดปากแล้วเอียงหน้าหลบไป

          "ก็ฮักคุงน่ะ...พี่ครับ ขอผมไปดูบรรยากาศรอบ ๆ หน่อยนะครับ ไม่ต้องเป็นห่วง เรียวเฮย์เป็นคนดี...พูดเสร็จแล้วก็หันมาทำหน้าอ้อนใส่ฉัน! แล้วเธอจะให้ฉันทำอะไรได้ล่ะ หา!"

          ยูอิกลับเข้าสู่โลกส่วนตัวพร้อมจินตนาการถึงใบหน้าฮักคุงตอนทำตาโตแป๋วแหววเพื่ออ้อนพี่ชาย...จะว่าไปหมอนี่มันหลงน้องชายตัวเองจนโงหัวไม่ขึ้นเลยนี่นา ทำไมรอบตัวเธอถึงต้องมีแต่คนพิลึก ๆ แบบนี้ด้วยนะ

          "ช่างมันเถอะน่า! เธอมากับฉันทีจะได้ช่วยบอกทาง รีบตามไปดูเถอะ ไม่รู้เจ้าตัวประหลาดนั่นจะทำอะไรฮักคุงบ้าง" ไฮค์พูดแล้วก็ฉุดมือเธอออกไปจากห้อง ยูอิวิ่งตามแรงดึงอย่างสติล่องลอยจนกระทั่งไปถึงหน้าโรงเรียน

          "ม...ไม่ทันแล้วน่า ป่านนี้เขาไปถึงไหนกันแล้ว" เด็กสาวพูดขึ้นด้วยเสียงเอื่อย ๆ ราวกับปลงตก มนุษย์ต่างดาวข้างตัวเธอลอบกัดฟันเล็กน้อย ถ้าใช้ยานเล็กของดาวอังคารล่ะก็วูบเดียวก็ตามถึงแต่ดันติดสนธิสัญญากับตัวแทนรัฐบาลโลกที่ว่าห้ามใช้ยานของดาวอังคารบนโลกยกเว้นกรณีป้องกันศัตรูจากนอกโลกนี่น่ะสิ...

          ยูอิยืนนิ่งทำหน้าเอื่อยเฉื่อยแต่ใจจริงก็อยากตามไปเหมือนกัน ถึงแม้เรียวเฮย์จะเป็นคนสุภาพก็เถอะแต่เวลาอยู่กับคนที่คลั่งไคล้แล้วจะเผลอทำอะไรบุ่มบ่ามหรือเปล่านะ เมื่อกี้ก็จงใจอุ้มฮักคุงมาไว้ข้างหน้าตัวเองจะได้ถือโอกาสกอดงั้นหรือ เด็กสาวยังล่องลอยอยู่ในอวกาศ ไม่ได้นะ...ยูอิ เลิกคิดอกุศลเดี๋ยวนี้...

          "มีปัญหาอยู่ใช่หรือเปล่าครับ" คำทักนั้นฟังดูเก๊กหล่อเสียเต็มประดา เมื่อเธอกับไฮค์คุงหันไปทางต้นเสียงก็พบเข้ากับโนมุระที่มีใบหน้ายิ้มระรื่น เขานั่งคร่อมอยู่บนมอเตอร์ไซด์ของตัวเองโดยมีสวมหมวกกันน็อกเตรียมพร้อมเอาไว้

          "ให้ผมช่วยอะไรไหม" ชายหนุ่มโปรยยิ้มให้เธออย่างไม่ที่ไม่เคยทำให้ใครเห็นมาก่อนจนดูราวกับมีแสงวิบวับส่องประกายออกมาจากตัวของเขา

          "ก็ดี" ไฮค์คุงขัดคอแล้วเดินเข้าไปจับแฮนด์รถมอเตอร์ไซด์เอาไว้ ส่วนยูอินั้นรีบกระโจนขึ้นนั่งซ้อนท้ายจนรถเอียง โนมุระไม่ทันตั้งหลักตอนที่ไฮค์โดดขึ้นมาเบียดจึงขยับตัวออกมานอกตัวรถ กลายเป็นว่าไฮค์คุงกลายเป็นคนขี่ส่วนยูอิซ้อนท้าย...บนรถของโนมุระ

          "เฮ้ย! เดี๋ยวก่อน นายขี่เป็นหรือ" ชายหนุ่มรีบทักขึ้น มนุษย์ต่างดาวตัวสูงยาวเหลือบไปมองเจ้าของรถเล็กน้อยก่อนจะลอบถอนหายใจแล้วบิดกุญแจเพื่อสตาร์ทเครื่อง

          "...ยานพาหนะระบบโบราณแบบนี้ดูสามวินาทีก็ขับได้แล้ว" ไฮค์คุงพูดพร้อมเชิดหน้าขึ้นมองตรงแล้วเร่งเครื่องขับออกไปนอกรั้วโรงเรียน

          "โนมุระ! ขอโทษนะ! แล้วจะรีบเอารถมาคืนให้!" ยูอิตะโกนทิ้งท้าย เพื่อนหนุ่มรีบวิ่งตามมาแล้วถอดหมวกกันน็อกตามมาส่งให้กับเธอก่อนที่รถจะเริ่มทิ้งห่างออกไป ยูอิยิ้มแล้วโบกมือให้เล็กน้อยจนชายหนุ่มอดโบกมือตอบกลับไปไม่ได้ ทว่าสุดท้ายก็ลดมือลงพร้อมกับกำแน่น

          ไอ้มนุษย์ต่างดาวนั่น...ไม่น่ามาขัดเล้ย...โนมุระคิดในใจอย่างเสียดายก่อนจะตวัดเท้าเตะฝุ่นราวกับหมั่นไส้เสียเต็มประดา

 

 

 

 

 

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry