SLS 33 : อิจฉา

posted on 10 Jul 2008 08:51 by wadoijiworld  in SLS



สตรอว์เบอรี่ตัวร้าย เจ้าชายต่างดาว

Strawberry's LoveSpace


 

 



 

ตอนที่ 33 : อิจฉา

 




ฮักคุงก้าวเท้าออกมาจากบ้านโอซึกะ แล้วมุ่งหน้าตรงไปทางโรงเรียน ทว่าเขาไม่ได้คิดอยากจะไปที่โรงเรียนเลยแม้แต่น้อย ชายหนุ่มเพียงแต่ไม่อยากอยู่ในบ้านหลังนั้นกับพี่ของตัวเองเพียงแค่นั้น


หลังจากไม้สีขาวถูกวางลง พระราชาจะถูกปลงพระชนม์ภายในไม่กี่ชม.หลังจากนั้น... ฮักคุงเดินก้มหน้างุด ๆ พลางนึกถึงเรื่องราวของดาวโลกที่เขาศึกษามา ทั้งระเบียบของดาว กฏของดวงดาว มีหลายสิ่งที่แตกต่างกันเหลือเกิน หลายสิ่งที่โลกปล่อยให้เป็นปัญหา แต่ในปัญหานั้นบางครั้งก็...น่าอิจฉาเหลือเกิน


ร่างเล็ก ๆ เดินชนเข้ากับใครบางคน อาจต้องพูดว่าเดินชนเข้ากับขาของใครบางคนมากกว่า เพราะเขาตัวเล็กเกินไปอีกฝ่ายจึงไม่ทันเห็น ฮักคุงเซจนเกือบล้ม เขาเงยหน้าขึ้นมองสูง ก่อนจะพบว่าร่างสูงนั้นมีความวิตกกังวลยิ่งกว่าเขาเสียอีก


"อ้าว! เธอ...อา...ขอโทษนะ เป็นอะไรหรือเปล่า" เรียวทาโร่พ่อของเรียวเฮย์รีบก้มตัวลงมาจับตัวอีกฝ่ายไว้ด้วยความตกใจ ฮักคุงรีบส่ายหน้า นอกจากเรียวทาโร่แล้วคุณพ่อทั้งห้าคนของเรียวเฮย์ก็อยู่ด้วย ตัวเรียวเฮย์เองนั้นเดินรั้งท้ายกลุ่มอยู่กับโรกุโตะ แต่พอได้ยินเสียงจึงเดินตรงเข้ามาดูเหตุการณ์


"อ้าว ฮักคุง จะไปไหนหรือ" เขาทักด้วยน้ำเสียงแจ่มใสกว่าปกติ ฮักคุงมองใบหน้าของเรียวเฮย์ที่ไม่ได้แต่งหน้าอยู่นานจนเรียวเฮย์รู้สึกผิดสังเกต เขาลูบหัวฮักคุงเบา ๆ สีหน้าค่อย ๆ กังวลยิ่งขึ้น


"เกิดอะไรขึ้นหรือเปล่า? มีเรื่องอะไรงั้นหรือ?"


"โฮ!!!" มนุษย์ต่างดาวร่างเล็กปล่อยโฮออกมาอย่างยั้งไม่อยู่ เล่นเอาหกคนที่เหลือตกใจจนทำอะไรไม่ถูก ฮักคุงร้องไห้เสียงดังราวกับเป็นเสียงร้องของความช่วยเหลือ น้ำตาหยดแล้วหยดเล่าพรั่งพรูออกมาจากขอบตากลมโตสีดำสนิทนั้น


"ฮ...ฮักคุง" เรียวเฮย์เลิกลั่กยิ่งขึ้นและพยายามปลอบ แต่เจ้าตัวเล็กก็ร้องไห้ไม่หยุด แถมยังร้องเสียงดังอีกต่างหาก เรียวทาโร่จดจ้องไปที่ร่างเล็กสีเขียวนั้นก่อนจะตรงเข้าไปอุ้มขึ้นพาดบ่าเหมือนกับเด็กเล็ก ๆ เสียงของฮักคุงถึงได้เงียบลงเหลือเพียงเสียงสะอื้นเท่านั้น มนุษย์โลกทั้งหกคนต่างฝ่ายถอนหายใจ สายตาจ้องมองกันอย่างมีคำถาม


"ช่วยไม่ได้นะ...วันนี้ทานข้าวที่บ้านแล้วกัน" เรียวทาโร่เป็นคนตัดสินใจ ทุกคนจึงเดินกลับไปทางบ้านตัวเอง โดยฮักคุงเองก็ถูกพ่อของเรียวเฮย์อุ้มเข้าบ้านไปเช่นกัน เรียวเฮย์พาฮักคุงขึ้นไปคุยกันบนห้องของเขาในขณะที่คนอื่นอยู่กันที่ชั้นล่างและเรียวทาโร่เป็นคนเตรียมอาหาร


บนห้องของเรียวเฮย์นั้นฮักคุงถูกปล่อยให้นั่งอยู่บนเตียง ส่วนเรียวเฮย์เดินไปที่โต๊ะแล้วเทน้ำดื่มมาให้ เจ้าตัวเล็กรับไปดื่มอึกใหญ่ราวกับจะทดแทนน้ำตาที่เสียไป เรียวเฮย์ถอนหายใจก่อนจะนั่งลงที่ด้านหัวเตียงบ้างแต่ก็ยังไม่กล้าซักถามอะไร


"ข...ขอโทษนะครับ ทำให้วุ่นวายกันแบบนี้..." ฮักคุงเอ่ยขึ้นหลังตั้งสติได้


"หือ? อ...อา ไม่หรอก แค่กำลังจะออกไปทานข้าวกันน่ะ พอดีได้วันหยุดตรงกันหลายคนก็เลยถือโอกาสออกไปทานข้าวนอกบ้านกันน่ะ"


"...ครับ ขอโทษครับ"


"ต...แต่! ม...ไม่ใช่เรื่องสลักสำคัญอะไรแบบนั้นหรอกนะ" เรียวเฮย์เลิกลั่กแล้วรีบอธิบายเมื่อเห็นอีกฝ่ายดูจะรู้สึกผิดมากกว่าเดิม "ค...แค่นี้เอง แล้วก็นะ...ทานข้าวในบ้านก็ประหยัดดีด้วย แล้วคุณพ่อเองก็ชอบทำอาหารอยู่แล้ว จ...จริงสิ! ฮักคุงไม่ได้จะไปไหนสินะ งั้นอยู่ทานข้าวด้วยกันนะ!"


"ครับ" ฮักคุงหันไปยิ้มให้อีกฝ่าย เป็นยิ้มแรกของวันนี้ที่เรียวเฮย์ได้เห็น มันทำให้เขาสบายใจขึ้นมาบ้างแล้ว เรียวเฮย์เอนหลังพิงกับหัวเตียง มือกอดหมอนอิงเอาไว้ก่อนจะพูดต่อ...


"แล้ว...ตกลงเกิดอะไรขึ้นล่ะ เล่าได้มั้ย?"


เป็นอย่างที่คาดคิดไว้ เมื่อได้รับคำถาม ฮักคุงก็นิ่งไปอีกครั้ง เรียวเฮย์กลัวว่าคนตัวเล็กเบื้องหน้าเขาจะร้องไห้ออกมาอีก ทว่าฮักคุงก็ไม่ได้แสดงสีหน้าอะไรมากกว่านั้น


"เรียวเฮย์นี่...น่าอิจฉาจังเลยนะครับ" เจ้าตัวเล็กเอ่ยเสียงค่อย "มีคุณพ่อตั้งห้าคนนี่นา"


"หา? เอ...ถึงจะเหมือนเป็นพ่อของฉันกันทุกคนก็เถอะ แต่ยังไงจะเรียกว่าพ่อทุกคนก็ไม่ได้หรอกมั้ง..." เรียวเฮย์พูดอึกอัก ตั้งแต่เด็กทั้งพ่อ คุณลุง คุณอาทุกคนก็ช่วยกันดูแลเขาจนเหมือนกลายเป็นคุณพ่อไปจริง ๆ แต่ถ้าให้เรียกว่าพ่อกันทุกคนคงได้สับสนกันแน่ ๆ


"แล้วก็นะ...เรื่องจำนวนน่ะไม่เกี่ยวสักหน่อย คุณพ่อของฮักคุงเองก็เป็นคนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของดาวอังคารเลยไม่ใช่หรือ?" เขาพูดปลอบโดยไม่เข้าใจว่าทำไมอีกฝ่ายถึงยกประเด็นนี้ขึ้นมา "หรือว่าทะเลาะอะไรกับคุณพ่อมาหรือไง?"


"เปล่าหรอกครับ...คุณพ่อน่ะป่วยจนไม่รับรู้อะไรอีกแล้ว"


"ง...งั้นหรือ ขอโทษนะ ฉันไม่ค่อยได้ดูข่าวน่ะ" เรียวเฮย์ยิ่งหน้าเสียกว่าเดิมเพราะรู้สึกว่าตัวเองพูดเรื่องไม่ดีออกไป หรือว่าที่ฮักคุงร้องไห้จะเป็นเพราะคุณพ่อป่วยหรือเปล่านะ


ทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบเป็นเวลานาน ภายนอกห้องดวงอาทิตย์เริ่มเคลื่อนขึ้นสูงจนอากาศอบอุ่นขึ้น ฮักคุงเงยหน้าขึ้นสบตาเข้ากับดวงตาสีฟ้าของอีกฝ่ายแต่ก็ไม่พูดอะไร


รู้สึกว่าเมื่อวานที่มีงานโรงเรียน ก่อนจะเกิดเรื่องวุ่นวายขึ้น ก่อนที่เดนัสจะบุกเข้ามาบนโลก เรียวเฮย์สารภาพรักกับเขา...นั่นเป็นสิ่งที่เขายังไม่ได้ให้คำตอบเลย ฮักคุงนั่งจ้องหน้าเรียวเฮย์ราวกับรอให้อีกฝ่ายเปิดประเด็น เรียวเฮย์เองกลับงงซ้ำยังเขินอีกด้วยเพราะไม่รู้ว่าอีกฝ่ายจ้องตนทำไม


"เรียวเฮย์น่ะ...ทำไมถึงชอบผมงั้นหรือครับ"


เหมือนจี้จุดเข้าพอดี เรียวเฮย์ยิ่งหน้าแดงเข้าไปใหญ่จากที่เขินอยู่แล้ว เขาทำท่าอึกอักอย่างไร้คำพูด ไม่ว่าอย่างไรก็คาดไม่ถึงอยู่ดีว่าจู่ ๆ จะได้ยินคำถามนี้ ฮักคุงเองก็ยังรักษามารยาทมากพอที่จะไม่อ่านใจเรียวเฮย์


"ทำไมต้องถามด้วยน้า...ก...ก็ฮักคุงน่ารักออกนี่นา แล้วก็ใจดีด้วย" เรียวเฮย์พยายามอธิบายทั้งที่ลึก ๆ ในใจก็รู้ดีอยู่ว่ามันไม่ได้มีเหตุผลเพียงเท่านั้น ทว่ามันก็เป็นสิ่งที่อธิบายไม่ได้ด้วยเช่นกัน


"งั้น...ถ้าจริง ๆ แล้วผมไม่ได้น่ารัก แล้วก็ไม่ได้ใจดีเท่าที่คุณคิดไว้..." ฮักคุงยิ่งจดจ้องราวกับจะเค้นความจริงจากอีกฝ่าย "คุณเองก็คงรักผมไม่ลง คงจะเป็นอย่างนั้นสินะครับ"


เรียวเฮย์จนด้วยคำพูด เขาไม่อาจสื่อสารสิ่งที่อยู่ในใจออกไปได้ สิ่งที่ทำได้จึงมีแต่คำยืนยันเท่านั้น...


"ไม่เป็นแบบนั้นหรอก"


ฮักคุงเผลอยิ้มเยาะคำยืนยันนั้นราวกับไม่รู้สึกเชื่อถือ เขานึกสนุก...ไม่...มันไม่ใช่การเล่นสนุก มันเป็นเพียงการแสวงหาข้อยืนยันเท่านั้น ฮักคุงกางม่านบาเรียกันเสียงเอาไว้รอบห้อง เรียวเฮย์นั้นแม้มองไม่เห็นแต่ก็รู้สึกได้ว่ามีพลังงานบางอย่างผ่านตัวไปอย่างบางเบา


"พระราชาแห่งดาวอังคาร...กษัตริย์มาร์เลอร์ที่สิบสามสิ้นพระชนม์แล้ว" ฮักคุงพูดด้วยน้ำเสียงเป็นทางการทว่าแฝงไปด้วยน้ำเสียงขบขัน "โดยคำตัดสินจากรัชทายาท..."


เรียวเฮย์หยุดคิด รัชทายาทที่ว่า...ก็คือฮักคุงไม่ใช่หรือ? เขาเกิดสับสนขึ้นมาทันที หมายความว่ายังไงกันนะที่ว่าเป็นคำตัดสิน...คงไม่ได้หมายถึงเป็นคนฆ่าหรอกนะ


"...ถึงจะไม่ได้ลงมือเอง แต่ก็คือการตัดสินใจหยิบยื่นความตายให้กับพ่อของตัวเองนั่นแหละครับ" ฮักคุงแค่นหัวเราะ สายตาหลุบลงต่ำ นี่เป็นเรื่องผิดกฏ...เรื่องนี้ไม่สามารถแพร่งพรายได้ แต่ว่าทำไมกันนะ...เขากลับ...


บางทีเขาคงทนไม่ได้ที่จะต้องเก็บเรื่องผิดบาปไว้กับตัวเองคนเดียว


และเพราะเรียวเฮย์พูดว่ารักเขา...


และเขาไม่อาจเชื่อในคำนั้น


"...เรื่องนี้...อย่าพูดออกมาไม่ว่ากับใครหรือว่าที่ไหนนะครับ มันเป็นเรื่องต้องห้าม มันอาจทำให้คุณตกอยู่ในอันตรายได้" ฮักคุงพูดต่อพลางคิดว่าตัวเองทำอะไรโง่ ๆ ลงไป ถ้าคนอื่นรู้เข้าเรียวเฮย์อาจจะต้องตกอยู่ในอันตราย มือเล็ก ๆ ยกขึ้นปิดปากตัวเอง เขาต้องการอะไร...อยากจะให้เรียวเฮย์พูดอะไรกันแน่นะ...


ฮักคุงเงยหน้าขึ้นสบตากับเรียวเฮย์อีกครั้ง ในใจเรียกร้องบางสิ่งหรืออาจจะเป็นบางคำพูด ทว่าเรียวเฮย์ก็ไม่ได้เอ่ยปาก สีหน้ายังดูตกตะลึงและสับสน เขาไม่รู้เหตุผลที่ฮักคุงต้องตัดสินชีวิตของพ่อ แต่ก็มั่นใจว่าฮักคุงไม่ได้พูดล้อเล่นแน่


เป็นเวลานานที่ไม่มีคำพูดใดหลุดรอดออกมา ฮักคุงเจ็บแปลบในใจ เขารู้ดี...รู้ดีอยู่แล้ว ต่อให้เรียวเฮย์เลิกยุ่งเกี่ยวกับเขาไปเลยนับแต่นี้เขาก็เข้าใจเรียวเฮย์ดี ทว่าเขากลับไม่เข้าใจตัวเอง...เขาไม่รู้ว่าเขาต้องการอะไรกันแน่ถึงได้พูดออกไป


คำปลอบโยน? การให้อภัย?


การที่เขาตัดสินใจมอบความตายให้กับพ่อ คือการทำลายชีวิตที่เหลืออยู่หรือการปลดปล่อยพ่อจากความทุกข์ทรมานกับแน่ แต่ว่าคำถามที่เกิดขึ้นในใจนี้หมายถึงเขาอยากได้คำตอบจากเรียวเฮย์แน่หรือ


แล้วทำไมต้องเป็นเรียวเฮย์ด้วย หรือว่าเป็นใครก็ได้กันแน่นะ...


"ขอโทษนะครับ ทำให้เดือดร้อน...แล้วยังพูดเรื่องไร้สาระให้ฟังอีก" ฮักคุงคลายพลังที่คลุมห้องเอาไว้ออก ก่อนจะลุกขึ้นยืนแล้วทำท่าจะออกไปจากห้อง เรียวเฮย์ทำท่าจะห้ามไว้แต่ก็เปล่งเสียงไม่ออก ในที่สุกมนุษย์ต่างดาวร่างเล็กก็เดินออกไปโดยไม่ได้หันกลับมา


เรียวเฮย์กำหมัดแน่น เขารู้ดีว่าฮักคุงกำลังเข้าใจเขาผิดและเขามีสิ่งที่อยากจะพูด แต่ว่าทำไมกันนะ...ทั้งที่อยากจะพูดออกไปแท้ ๆ แต่กลับ...


หลังจากฮักคุงออกไปได้ครู่ใหญ่ริวอิจิก็วิ่งกระหืดกระหอบขึ้นมาชั้นบนและเข้ามาในห้องของเรียวเฮย์พร้อมสีหน้าตื่นตระหนก


"เรียวเฮย์! กษัตริย์มาร์เลอร์สิ้นพระชนม์แล้ว! ฮักคุงรู้หรือยัง!?"


เรียวเฮย์พยักหน้ารับคำ เขาจ้องหน้าลุงของตัวเองราวกับจะบอกว่ามันเป็นเรื่องที่น่าเศร้ายิ่งกว่านั้นและเขารู้อยู่แล้ว...เพียงแต่ว่าไม่อาจแก้ไขอะไรได้เลย ฮักคุงเองก็เช่นกัน...




-----------------------------------------------------------------------------------



ยูอินั่งเหม่อในห้องเรียนอย่างเคย เข้าช่วงบ่ายแล้วแต่ยังไม่ปรากฏร่างของฮักคุงที่โรงเรียน ท้ายที่สุดก็ไม่มา...บางทีคงมีราชการลับที่สำคัญมากจริง ๆ เด็กสาวจดหัวข้อการบ้านตามที่อาจารย์สั่งลงในสมุดจดเล่มเล็กของตัวเอง ทว่าในหัวไม่ได้มีเรื่องการบ้านอยู่เลยสักนิดเดียว


ตั้งแต่เมื่อวานที่เรียวเฮย์ตัดสินใจสารภาพรักฮักคุงในที่สุดนั้น มันทำให้เธอรู้สึกกับเขาแปลกไปอย่างบอกไม่ถูก ไม่ใช่ว่าเจ็บใจที่เรียวเฮย์ไม่เลือกเธอ ไม่ใช่ทั้งความหงุดหงิด แต่ลึก ๆ แล้วเธอกลับรู้สึกอิจฉาเรียวเฮย์ขึ้นมา...


เรียวเฮย์ที่ปกติจะแต่งหน้าทำตัวพิลึกจนคนไม่ค่อยกล้าเข้าใกล้ ในตอนนั้นกลับไม่ได้อยู่สภาพเช่นนั้นเลย ทั้งที่ถูกหลอกว่าฮักคุงจะต้องแต่งงานกับเพศหญิงเท่านั้นแต่เรียวเฮย์ก็ยังสารภาพรักออกไป พร้อมกับรอยยิ้มที่ดูมีความสุขเช่นนั้น


เธออิจฉาอะไรกันแน่นะ? ยูอิครุ่นคิด เสียงรอบข้างดูเหมือนจะเงียบลง มีเพียงไอร้อนจาง ๆ ในใจเท่านั้นที่คุกรุ่นอยู่ หากจะอิจฉา เธอควรจะอิจฉาฮักคุงมากกว่าเหมือนอย่างแรก ๆ ไม่ใช่หรือไงกัน


'...เธอต้องแต่งงานกับฮักคุง เธอปฏิเสธไม่ได้หรอก' ยูอิหวนนึกถึงคำพูดของไฮค์ ทำไมกันนะ...คำพูดนั้นมันราวกับว่าเขาไม่ได้พูดกับเธอแต่พูดกับตัวเองอยู่ต่างหาก หนำซ้ำยัง...จูบ ยูอิยกหลังมือขึ้นแตะริมฝีปากเมื่อคิดถึงมัน เธอไม่อยากคิดถึงความรู้สึกของไฮค์รวมทั้งเหตุผลของจูบนั้น


แต่ว่าทำไมกันนะ ทั้งที่ไม่อยากจะคิดถึงแท้ ๆ ...


มือถือของยูอิสั่น โชคดีที่หมดชั่วโมงพอดี เธอเดินออกไปนอกห้องหลบมุมข้างบันไดเพื่อรับสาย ปรากฏว่าเป็นแม่นั่นเองที่โทรมา น้ำเสียงฟังดูก็รู้ว่าตื่นตระหนกไม่น้อย แต่ก็ไม่ถึงกับคุมสติไม่อยู่


"ยูอิ รีบกลับมาบ้านตอนนี้เลยนะ เดี๋ยวพ่อเขาจะกลับมารับไฮค์คุงกับฮักคุง"


"รับ? รับไปไหนหรือคะแม่?"


ยังไม่ทันที่จะได้คำตอบ เสียงประกาศของโรงเรียนก็ดังจากห้องกระจายเสียงไปจนทั่ว เนื้อความบอกให้รู้ถึงข่าวล่าสุดที่มีการแจ้งให้ประชาชนทราบ เรื่องการบุกรุกจากกองทัพจากดาวอังคารโดยมีรัฐบาลดาวอังคารเป็นแกนนำ


"ฝ่ายนั้นเขายกกองทัพเท่าที่เหลืออยู่มา ยังไม่แน่ว่าเป้าหมายคือฮักคุงกับไฮค์คุงหรือต้องการบุกโลกโดยตรง เพราะงั้นรีบกลับมาบ้านเลยนะลูก! กลับมาเดี๋ยวนี้!"


ยูอิไม่ค่อยเข้าใจและแทบไม่เชื่อในสิ่งที่ได้ยิน ฝ่ายรัฐบาลพยายามไม่ใช่วิธีรุนแรงเพื่อกันไม่ให้ข่าวสะท้อนไปถึงประชาชนชาวดาวอังคาร แต่ถ้ายกกันมาเป็นกองทัพจริงชาวดาวอังคารจะไม่รู้อะไรเลยเชียวหรือ


เป็นสถานการณ์ทางการเมืองที่วุ่นวาย ยูอิไม่มีคำตอบให้ตัวเอง รู้แต่ว่าต้องกลับไปที่บ้านตามที่แม่บอก และบางทีที่พ่อจะกลับมาบ้านอาจไม่ใช่แค่กลับมารับสองคนนั่น แต่การที่เป็นนักวิทยาศาสตร์คนสำคัญเท่ากับเป็นกองกำลังสำคัญในดาวโลก บางทีพ่อของเธออาจกลายเป็นเป้าที่จะถูกเล่นงานด้วยก็ได้ หากรัฐบาลจากดาวอังคารต้องการจะแตกหักในครั้งนี้จริง ๆ


ยูอิวิ่งสวนเพื่อนนักเรียนคนอื่นกลับเข้าไปในห้องเรียนเพื่อหยิบกระเป๋า เธอวิ่งสุดฝีเท้ามุ่งหน้ากลับไปที่บ้าน วินาทีนั้นนอกจากจะภาวนาให้โลกของเราปลอดภัยแล้วก็ยังขอให้พ่อปลอดภัยด้วย... ยิ่งกว่านั้นก็คือเจ้าชายจากดาวอังคารทั้งสองคน


ฮักคุงกับไฮค์...ไม่เกี่ยวกับเรื่องของหัวใจ แต่ว่าอย่างไรทั้งสองคนก็เป็นคนสำคัญของเธออยู่ดี...

 

 

 

 

 

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

นุกิ : อะโจ๊วววววววววววววววววววววววววววววววว

ก็กำลังตามหาตอนใหม่พอดีเลยขอรับ~
ก็ว่าทำไมโผล่มา ตอนที่ 5 ดูไปมา
มีตนใหม่ อะโจ๊วววววววววววววววววววว!!!!!!

ฮักคุง : น่าอิจฉาเรียวเฮย์จังนะครับมี พ่อตั้งหาคน
เรียวเฮย์ : โทรมาภายใน 20 นาทีนี้
รับฟรี แม่+คนใช้ พร้อมการโอนย้ายถูกต้องตามกฏหมาย
โดยไม่เสียกะตังค์~~~!!!!!!!!!!

....ไหนๆก็มีตั้งห้า ให้ไปสักคน คงไม่เป็นไร
[จะบร๊าเร๊อออออออออออออออออออออ!!!!]

ยกเป็นกองทัพ!!! สตาร์วอร์!!!!!!
ตอนต่อไป ตอนที่ 34
"ที่จริง...เจ้าคือลูกของข้า"

พรวดดดดดดดดดดดดดดดดดด!!!!!!!!!
/me สติขาดผึงวิ่งพล่านไปมา

ม่ายนะคร้าฟฟฟฟฟฟฟฟ!!!!!!!!!!

#1 By Raveno Sinyor (222.123.147.144) on 2008-07-10 18:33

โอ้กกก!! T[]T กลับมารักฮักคุงอีกครั้งงง ทำมายย!! ทำมายน่าร๊ากกกก ขนาดนี้ -..-

ให้ไฮค์ออกมามั่งเซะ! =_=;; อยากเจอไฮค์อ่ะ ไฮค์ๆๆ

ปล. ชาวดาวสตอยักษ์จะบุกโลกแว้วว~ เจอสงครามสตอแหงๆ =[]= โอ้วววว

#2 By usher (118.173.75.225) on 2008-07-25 21:22